<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036</id><updated>2012-02-23T19:08:25.413+07:00</updated><title type='text'>Thai Disaster Resource Network</title><subtitle type='html'>(www.thaidrn.com)</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://thaidrn.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>33</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-8222196329308616630</id><published>2012-11-24T12:43:00.010+07:00</published><updated>2012-01-30T16:28:34.940+07:00</updated><title type='text'>ข่าวประชาสัมพันธ์</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="5" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="15%" valign="top"&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://thaidrn.blogspot.com/2012/01/blog-post_30.html"&gt;&lt;img style="cursor:pointer; cursor:hand;width: 103px; height: 147px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-6GU0Z62jiyQ/TyZfBQo1QdI/AAAAAAAAACM/UgtKM64eDQo/s400/cover-thaidrn-o.jpg" border="0" alt="" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;td width="85%" valign="top"&gt;สถาบันไทยพัฒน์ ได้จัดทำหนังสือ “&lt;b&gt;แนวทางการรับมือภัยพิบัติสำหรับองค์กรธุรกิจ&lt;/b&gt;” เพื่อเป็นแนวทางสำหรับองค์กรธุรกิจในการวางแผนและพัฒนากลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติ ครอบคลุมทั้งกลยุทธ์การช่วยเหลือ (Rescue) กลยุทธ์การบรรเทาทุกข์ (Relief) และกลยุทธ์การฟื้นฟู (Recovery) ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับได้ที่สถาบันไทยพัฒน์ ในวันและเวลาทำการ ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป (&lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2012/01/blog-post_30.html" target="_blank"&gt;รายละเอียด&lt;/a&gt;)&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;h3 class="post-title"&gt;&amp;nbsp;&lt;/h3&gt;&lt;br /&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="5" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="15%" valign="top"&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_8017.html"&gt;&lt;img style="cursor:pointer; cursor:hand;width: 87px; height: 81px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-Z4qbq1F7tl0/TwUV5mq5mwI/AAAAAAAAAsw/6Hlh6zBVbys/s200/thaidrn-logo-bg.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5693981383257070338" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;td width="85%" valign="top"&gt;สถาบันไทยพัฒน์ เปิดตัวข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติ (Disaster Resource Network) ภาคเอกชน สนับสนุนการทำงานฟื้นฟูขององค์กรธุรกิจ ด้วยแนวทาง "Build Back Better" เพื่อเพิ่มสมรรถภาพในการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ (&lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_8017.html" target="_blank"&gt;อ่านต่อ&lt;/a&gt;)&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;h3 class="post-title"&gt;&amp;nbsp;&lt;/h3&gt;&lt;br /&gt;ข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติไทย (Thai DRN) เป็นเครือข่ายข้อมูลและทรัพยากรสนับสนุนการทำงานของภาคเอกชนต่อการรับมือกับภัยพิบัติในลักษณะของการทำงานวิถีกลุ่ม เพื่อการจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-8222196329308616630?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/8222196329308616630'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/8222196329308616630'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/11/blog-post_5631.html' title='ข่าวประชาสัมพันธ์'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-6GU0Z62jiyQ/TyZfBQo1QdI/AAAAAAAAACM/UgtKM64eDQo/s72-c/cover-thaidrn-o.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-1265237634283792917</id><published>2012-02-23T19:04:00.003+07:00</published><updated>2012-02-23T19:06:01.515+07:00</updated><title type='text'>เทรนด์จิตอาสา กลยุทธ์ CSR รับมือภัยพิบัติ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="0" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top" width="5%"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="95%"&gt;ทิศทาง CSR และแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นกับภาคธุรกิจปี 2555&lt;/td&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td&gt;เตรียมมาตรการรับมือความเสี่ยงใหม่ที่คาดไม่ถึง รู้ก่อน รับมือก่อน&lt;/td&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td&gt;ทิศทางหลัก 2 เรื่องที่ภาคเอกชนต้องเร่งดำเนินการ&lt;/td&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td&gt;10 ข้อที่ผู้นำต้องเร่งสำรวจ เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;ในทุกวันนี้ ประเด็นเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของธุรกิจ ถ้าหากองค์กรนั้นมีเป้าประสงค์ที่ต้องการตอบโจทย์ในเรื่องความยั่งยืน นอกเหนือจากเป้าการเติบโตที่เป็นโจทย์ในสนามการแข่งขันทางธุรกิจโดยปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจับตาแนวโน้มความเคลื่อนไหวของ CSR ให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยแวดล้อมที่มีความแตกต่างกันในแต่ละห้วงเวลา จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อองค์กรธุรกิจในการกำหนดทิศทางและการวางกลยุทธ์ CSR ขององค์กร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะหน่วยงานที่ทำงานขับเคลื่อนเรื่อง CSR ในประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2548 ได้ทำการประมวลทิศทางและแนวโน้ม CSR เป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี 2550 ในปีนี้ ผู้จัดการ 360 องศารายสัปดาห์ มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษกับ ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ ถึงทิศทาง CSR ปี 2555 และแนวโน้มการดำเนินงาน CSR ที่จะเกิดขึ้นในภาคธุรกิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-rLponsSCDVY/T0YpQhDrYKI/AAAAAAAAAvw/zue6KJ1aRAg/s1600/csr5-01feb12-s.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 227px; height: 320px;" src="http://2.bp.blogspot.com/-rLponsSCDVY/T0YpQhDrYKI/AAAAAAAAAvw/zue6KJ1aRAg/s320/csr5-01feb12-s.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5712298541094494370" /&gt;&lt;/a&gt;“เราให้น้ำหนักเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ว่าจะเป็นปัจจัยหลักของการกำหนดทิศทางการทำงาน CSR ของธุรกิจในปีนี้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ อาทิ อุทกภัย หรือแผ่นดินไหวนั้น ไม่สามารถป้องกันหรือจะห้ามมิให้เกิดขึ้นนั้นทำไม่ได้ ทางเดียวที่จะทำได้คือ การเตรียมพร้อมและการหาหนทางในการลดความเสี่ยงหรือบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาตินั้นๆ ซึ่งต่างจากภัยพิบัติที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การก่อวินาศกรรม หรือการบริหารวิกฤตการณ์ที่ไร้ประสิทธิภาพจนเกิดเป็นภัยพิบัติขึ้น โดยภัยในลักษณะหลังนี้ สามารถป้องกันและวางแผนจัดการเพื่อระงับมิให้เกิดขึ้นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เทรนด์ธุรกิจ: Disaster Recovery และ Risk Reduction&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;“ทิศทางหลักสองเรื่องที่ภาคเอกชนจะดำเนินการ จากเหตุปัจจัยในเรื่องภัยพิบัติ ก็คือ มาตรการฟื้นฟูหลังการเกิดอุทกภัยในปี 54 และมาตรการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต” ดร.พิพัฒน์ กล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรการฟื้นฟูหลังการเกิดอุทกภัย สำหรับกิจการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น โรงงานซึ่งอยู่ในนิคมหรือพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย (Damage) จากน้ำท่วม การฟื้นฟูเกิดขึ้นตั้งแต่ภายในองค์กร ในกระบวนการดำเนินงานขององค์กร อาทิ การซ่อมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน สายการผลิต การจัดการสินค้าคงคลังที่ได้รับความเสียหาย การเยียวยาพนักงานที่ได้รับผลกระทบ การให้ความมั่นใจแก่บุคลากรในส่วนของอาชีพและรายได้ การปรับปรุงข้อตกลงทางธุรกิจที่เกื้อหนุนผู้ส่งมอบและคู่ค้าในห่วงโซ่ธุรกิจที่ถูกกระทบในระยะของการฟื้นฟู ตลอดจนการร่วมฟื้นฟูบูรณะชุมชนที่องค์กรมีถิ่นที่ตั้งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับกิจการที่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่เกิดความสูญเสีย (Loss) ที่คำนวณเป็นมูลค่าทางธุรกิจจากเหตุน้ำท่วม องค์กรธุรกิจสามารถพัฒนากิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้มีส่วนได้เสียและชุมชนที่ได้รับความเสียหาย ตามระดับความเกี่ยวข้องโดยพิจารณาจากที่องค์กรมีแหล่งดำเนินงานโดยตรงในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติหรือไม่ องค์กรมีการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ องค์กรมีสายปัจจัยการผลิตและการกระจายสินค้าในพื้นที่หรือไม่ องค์กรมีการเคลื่อนย้ายพนักงานซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ แม้จะมิได้ส่งผลกับธุรกิจโดยตรงหรือไม่ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาตรการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทุกกิจการไม่ว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมจากอุทกภัยในครั้งที่ผ่านมา จำเป็นต้องวางแผนสำหรับการเตรียมความพร้อมและการหาหนทางในการลดความเสี่ยงหรือบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้สามารถสนับสนุน (และชี้นำ) การทำงานขององค์กรในหลายขั้นตอนให้ดำเนินไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนโดยประเมินจากบทเรียนภัยพิบัติในอดีต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เทรนด์จิตอาสา: CSR ผู้บริหาร-พนักงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวอีกว่า แม้ผู้บริหารองค์กรจะเผชิญกับอุปสงค์เช่นที่เคยประสบในภาวการณ์ปกติ แต่ในสถานการณ์หลังภัยพิบัติ ไม่ว่าผู้บริหารจะมีเจตนาที่ดีเพียงใดก็ตาม สภาพการณ์จะมีความซับซ้อนและทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ดีดังที่เคยเป็น เช่น การตัดสินใจที่ต้องทำทันทีโดยขาดข้อมูลที่ครบถ้วน การได้รับข้อมูลรายงานที่ต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ หรือมีสภาพความกดดันจากเหตุการณ์ที่ต้องดำเนินการอย่างปัจจุบันทันด่วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเอกสารของ International Business Leaders Forum (IBLF) ชื่อ “&lt;a href="http://bit.ly/vwkj2e" target="_blank"&gt;Best Intentions: Complex Realities&lt;/a&gt;” ได้ประมวล 10 ข้อคำถามที่ผู้นำองค์กรจำต้องสำรวจและซักซ้อมกับคณะผู้บริหารเพื่อให้แน่ใจว่า องค์กรได้มีการตระเตรียมความพร้อมและมีความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล โดยคำถามทั้ง 10 ข้อ ประกอบด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;1. เราได้เตรียมพร้อมหรือยัง&lt;/b&gt; องค์กรจำต้องดำเนินการคะเนถึงความต้องการและแรงกดดัน รวมทั้งการประเมินผลกระทบที่มีต่อธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิผลและฉับไว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;2. เรามีข้อมูลพอที่จะรับมือหรือไม่&lt;/b&gt; องค์กรจำต้องได้ข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ทั้งจากผู้จัดการ หัวหน้างาน และหุ้นส่วนธุรกิจที่คลุกคลีอยู่ในภาคสนาม เพื่อที่จะสามารถประเมินสถานการณ์ในภาวะฉุกเฉินให้มีความแม่นยำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;3. เหตุพิบัติที่เกิดขึ้นมีส่วนเกี่ยวเนื่องโดยตรงต่อธุรกิจอย่างไร&lt;/b&gt; หากองค์กรมีสินทรัพย์ พนักงาน และกิจกรรมทางธุรกิจในพื้นที่ ก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องมีส่วนเกี่ยวเนื่องกับเหตุพิบัติ และองค์กรย่อมต้องถูกคาดหวังจากพนักงาน สาธารณชน ตลอดจนสื่อมวลชน ให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;4. เราจะเข้าช่วยเหลือให้ดีที่สุดได้อย่างไร&lt;/b&gt; องค์กรสามารถเข้าดำเนินการโดยตรงในพื้นที่ผ่านทางหน่วยธุรกิจหรือจะใช้วิธีให้การสนับสนุนช่วยเหลือในระยะไกล ทั้งนี้ องค์กรจำเป็นต้องตัดสินใจใช้หรือผสมผสานรูปแบบการช่วยเหลือให้มีประสิทธิผลสูงสุด ระหว่างเงินช่วยเหลือ สิ่งของที่คำนวณเป็นมูลค่าเทียบเคียง โลจิสติกส์ หรือความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;5. เรามีหุ้นส่วนที่มีประสิทธิผลหรือไม่&lt;/b&gt; ผู้เป็นหุ้นส่วนที่องค์กรเลือกทำงานด้วย หรือที่ส่งการสนับสนุนไปให้ ควรมีความรู้ความจัดเจนพื้นที่และมีสมรรถภาพในการทำงานภาคสนามสมกับเป็นหุ้นส่วนที่มีประสิทธิผลในการบรรเทาทุกข์และการฟื้นฟู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;6. ความช่วยเหลือของเราจะส่งทอดต่อในระยะยาวหรือไม่&lt;/b&gt; ผู้เป็นหุ้นส่วนในการทำงานขององค์กรจำเป็นต้องมีประสบการณ์และความสามารถที่จะจัดการสนับสนุนและฟื้นฟูในระยะยาว หรือมีหุ้นส่วนในท้องถิ่นช่วยดำเนินการให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;7. เราสามารถรับประกันให้มีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้หรือไม่&lt;/b&gt; ผู้เป็นหุ้นส่วนร่วมดำเนินงาน ควรจัดทำบัญชีและรายงานรายการให้ความช่วยเหลืออุดหนุนที่ได้รับจากองค์กร รวมทั้งวิธีการและงวดเวลาที่เบิกจ่าย โดยหากเกิดข้อสงสัย องค์กรควรพิจารณาจัดทำข้อผูกมัดแบบมีเงื่อนไข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;8. เรามีวิธีในการจัดการให้ความช่วยเหลืออย่างไร&lt;/b&gt; องค์กรจำต้องรู้จักผู้ประสานงาน ผู้เฝ้าสังเกตการณ์ ช่องทางการมีส่วนร่วมของพนักงานหรือหน่วยงานในพื้นที่ การดูแลความช่วยเหลือให้เป็นไปตามแผน และการคาดการณ์ล่วงหน้าหากสิ่งที่นำไปช่วยเหลือไม่สามารถนำไปใช้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;9. เรามีแนวทางในการดูแลเผยแพร่ข้อมูลที่สาธารณชนสนใจอย่างไร&lt;/b&gt; องค์กรจำต้องดำเนินการบริหารงานประชาสัมพันธ์และแง่มุมด้านสื่อตั้งแต่เริ่มต้น รู้จักคุมการคาดหมายทางสื่อในห้วงเวลาที่เป็นเป้าสายตาของสาธารณชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;10. เราได้จัดลำดับความสำคัญอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่&lt;/b&gt; องค์กรต้องแน่ใจว่าการให้ความช่วยเหลือและสิ่งที่ดำเนินการไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเสียหายต่อการดำเนินงานตามลำดับความสำคัญอื่นๆ และคงไว้ซึ่งความยืดหยุ่นต่อการดำเนินงานในวันข้างหน้า (สำหรับพื้นที่ประสบเหตุ ประเทศ ภูมิภาค) และต่อสิ่งสำคัญเร่งด่วนอื่นๆ ในปัจจุบันหรือในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ในเอกสาร “&lt;a href="http://bit.ly/tuHbyv" target="_blank"&gt;The Role of Employee Engagement in Disaster Response: Learning from Experience&lt;/a&gt;” ที่จัดทำขึ้นโดย Business in the Community (BITC) และ International Business Leaders Forum (IBLF) ได้ให้แนวทางในการส่งเสริมบทบาทของพนักงานต่อการเผชิญภัยพิบัติไว้ 8 ประการภายใต้ตัวย่อ RESPONSE ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Review&lt;/b&gt; – พิจารณาทบทวนแผนงานขององค์กรในปัจจุบันและประสบการณ์ที่ได้รับก่อนหน้า การดำเนินการทบทวนและกำหนดนโยบายการเผชิญเหตุภัยพิบัติ จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติในครั้งต่อๆ ไปขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Engage&lt;/b&gt; – ใช้จุดแข็งและสมรรถภาพหลักในการเข้าช่วยเหลือ การจัดโครงสร้างของแผนผูกพันพนักงานสำหรับตอบสนองภัยพิบัติ โดยการดึงศักยภาพของบรรดาหัวกะทิและประสบการณ์ของพนักงานในบริษัทมาทำงานอาสาที่เหมาะสม จะยังประโยชน์ได้มากกว่าการอาสาในแบบทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Secure&lt;/b&gt; – ขวนขวายเพื่อให้ได้คำมั่นจากผู้บริหารระดับสูง การสนับสนุนทางการเงินในเหตุภัยพิบัติต้องมีแรงโน้มน้าวหลักจากการตัดสินใจของผู้บริหารสูงสุดในองค์กร และเป็นการเพิ่มน้ำหนักในแผนงานตอบสนองภัยพิบัติที่จะดำเนินการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Prepare&lt;/b&gt; – ตระเตรียมนโยบายและวางระบบสนับสนุนแผนผูกพันพนักงานในการตอบสนองภัยพิบัติ อาทิ นโยบายกองทุนช่วยเหลือ เงินสมทบ วันลาพิเศษ ระบบการประเมินความต้องการสำหรับความช่วยเหลือในช่วงภัยพิบัติ การแสวงหาพันธมิตรหรือหุ้นส่วนที่จะดำเนินการ เพื่อที่จะตอบสนองได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิผลสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Organise&lt;/b&gt; – จัดระบบประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัย เนื่องจากการปฎิบัติงานในช่วงเผชิญเหตุเต็มไปด้วยความเสี่ยง องค์กรจึงจำเป็นต้องจัดให้มีระบบประเมินฯ การป้องกัน และกรมธรรม์ประกันภัยที่เพียงพอในการรองรับแผนผูกพันพนักงานสำหรับตอบสนองภัยพิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Negotiate&lt;/b&gt; – เจรจาทำข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนกับองค์กรร่วมดำเนินงานอื่นๆ เพื่อรองรับการดำเนินงานสนับสนุนทั้งการให้บริการ การระดมความเชี่ยวชาญในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในระยะยาว หลังจากช่วงการเผชิญเหตุผ่านพ้นไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Structure&lt;/b&gt; – จัดระเบียบและโครงสร้างในการเผชิญเหตุ ตามกรอบของบทบาทและความรับผิดชอบในพื้นที่ครอบคลุม อาทิ ในระดับประเทศ ในระดับภูมิภาค และในสำนักงานใหญ่ โดยมีการมอบหมายพนักงานที่เป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละระดับ สอดรับกับพื้นที่ครอบคลุม เพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการดำเนินงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Evaluate&lt;/b&gt; – ประเมินวิธีการดำเนินงานและความช่ำชองในการสื่อสาร ความท้าทายสำคัญขององค์กรในการเข้าช่วยเหลือในช่วงเผชิญเหตุ คือ รูปแบบการให้ความช่วยเหลือ และการรายงานผลการให้ความช่วยเหลือ โดยไม่เพียงแต่การให้ความช่วยเหลือต้องมีประสิทธิผลยิ่งแล้ว การสื่อสารรายงานก็ต้องดำเนินการอย่างมีกลยุทธ์ด้วย เนื่องเพราะการสื่อสารที่ดีจะช่วยปลุกเร้าให้เกิดความช่วยเหลือและการอาสาของพนักงานภายในองค์กรเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงและเพิ่มภาพลักษณ์ให้แก่องค์กรไปพร้อมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ดี สำหรับองค์กรที่เป็นแกนในการให้ความช่วยเหลือหลัก จำต้องพิจารณาถึงขีดความสามารถในการบริหารจัดการด้วยการวางกลไกและระบบรองรับให้มีประสิทธิภาพอย่างทันท่วงที มิฉะนั้นแล้ว ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาในอีกมิติหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเอกสาร “&lt;a href="http://bit.ly/sMWTtf" target="_blank"&gt;Integrated Flood Risk Management in Asia&lt;/a&gt;” ที่จัดทำขึ้นโดย ADPC (Asian Disaster Preparedness Center) และ UNDP ได้ให้ข้อแนะนำในการเข้าให้ความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินแก่องค์กรหรือภาคีต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งแก่องค์กรซึ่งเป็นแกนในการให้ความช่วยเหลือหลัก และองค์กรที่เข้าร่วมให้ความช่วยเหลือในระดับต่างๆ ไว้อย่างน่าสนใจ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ข้อแนะนำในการเข้าให้ความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน&lt;table width="100%" cellpadding="5" cellspacing="0" border="1"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td bgcolor="#EEEEEE" width="50%" align="center" valign="top"&gt;&lt;b&gt;Do&lt;/b&gt;&lt;/td&gt;&lt;td bgcolor="#EEEEEE" width="50%" align="center" valign="top"&gt;&lt;b&gt;Don't&lt;/b&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;พิจารณาบริจาคตามคำร้องขอถึงสิ่งที่ต้องการ และหลีกเลี่ยงการบริจาคสิ่งที่ไม่ต้องการ&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าสันนิษฐานถึงสิ่งที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือเอาเอง&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;คิดให้ถ้วนถี่ถึงความสามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างมีประสิทธิผล ตามคำขอความช่วยเหลือที่เป็นไปตามการประเมินความต้องการขั้นต้น&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าตอบสนองเพื่อหวังโฆษณาออกสื่อ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;กรณีที่ประสงค์จะช่วยเหลือ จัดเตรียมการตอบสนองให้ทันต่อเวลา&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าไปถึงล่าช้า โดยเฉพาะการค้นหาผู้ประสบภัยและให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ เป็นกรณีที่ต้องรีบดำเนินการในช่วงแรกของภาวะฉุกเฉิน&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;จดบันทึกการให้ความช่วยเหลือต่างๆ พร้อมสำหรับการชี้แจงถึงการตัดสินใจและการดำเนินการ&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าใช้ภาวะฉุกเฉินเป็นช่องทางในการโฆษณาหรือส่งเสริมการดำเนินการขององค์กร เช่น การจำลองเหตุการณ์ช่วยเหลือเพื่อการประชาสัมพันธ์&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;ทำการประเมินและวิจัยที่นำไปสู่โครงการซึ่งตอบความต้องการและอยู่ในวิสัยที่องค์กรสามารถดำเนินการ&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าจัดให้มีกิจกรรมความช่วยเหลือตามสิ่งจูงใจที่เป็นตัวเงินจากองค์กรผู้บริจาค และองค์กรที่บริจาคไม่ควรแข่งขันกันเพียงเพื่อสนองความต้องการที่เห็นเด่นชัดสุดในพื้นที่&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;สร้างโครงข่ายและสื่อกลางสำหรับการติดต่อสื่อสารและสนทนาสองทาง&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่ากันผู้ประสบภัยออกจากการวางแผนกิจกรรมให้ความช่วยเหลือและการฟื้นฟู&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;พิจารณาผลกระทบโครงการที่มีต่อสิ่งแวดล้อม จัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าทำลายสิ่งแวดล้อม&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;คำนึงถึงความสัมพันธ์และโครงสร้างอำนาจที่เป็นอยู่ในชุมชน&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าสร้างมูลเหตุแห่งความตึงเครียดในชุมชน ด้วยการละเลยโครงสร้างเชิงสังคม&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;ให้แน่ใจว่าโครงการ ตอบสนองความต้องการของผู้รับ มิใช่ความต้องการของผู้บริจาค&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าเร่งรัดให้ดำเนินโครงการ โดยปราศจากการประเมินอย่างเข้มงวด&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;เข้าร่วมรับฟังหารือระดับองค์กรกับภาคีต่างๆ ขึ้นทะเบียนกับองค์กรช่วยเหลือหลักเมื่อมีคำขอ แลกเปลี่ยนข่าวสาร รวมทั้งการให้ความร่วมมือ การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนดำเนินงานในส่วนที่เป็นไปได้&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าเพิกเฉยคำขอของภาครัฐ และองค์กรช่วยเหลือหลักในพื้นที่ประสบภัย&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;เคารพในวิถีแห่งวัฒนธรรม และพิจารณาถึงข้อกระทบที่มีกับโครงการ อาทิ การออกแบบศูนย์อพยพ รูปแบบที่พักพิง&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าละเลยบรรทัดฐานทางวัฒนธรรม อาทิ เครื่องแต่งกายที่เหมาะสม จารีตทางศาสนา และวิถีชีวิตตามประเพณี&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;คำนึงถึงความเป็นอยู่ของบุคลากรผู้ให้ความช่วยเหลือ ในด้านการพักผ่อน สุขภาพจิต อาหาร น้ำ&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าให้บุคลากรผู้ให้ความช่วยเหลือ ตรากตรำทำงานจนเกินขีดจำกัด&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;ตระเตรียมปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานจำเพาะหน้าให้ลุล่วง เช่น การนำอุปกรณ์ที่ถูกต้องและบุคลากรที่มีทักษะเหมาะสม เข้าให้ความช่วยเหลือ&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าหลงลืมว่าการจัดหาหรือให้ความช่วยเหลือนั้น เป็นจุดมุ่งหมายหลักที่มีต่อผู้ประสบภัย&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br /&gt;ทั้งหมดนี้ คือ เทรนด์ธุรกิจ-จิตอาสา-กลยุทธ์ CSR รับมือภัยพิบัติ เพื่อองค์กรธุรกิจต่างๆ ใช้เป็นเข็มทิศในการกำหนดแผนงานและการวางกลยุทธ์ CSR ในองค์กรของตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;[&lt;a href="http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9550000023787" target="_blank"&gt;Original Link&lt;/a&gt;]&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-1265237634283792917?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/1265237634283792917'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/1265237634283792917'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2012/02/csr.html' title='เทรนด์จิตอาสา กลยุทธ์ CSR รับมือภัยพิบัติ'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-rLponsSCDVY/T0YpQhDrYKI/AAAAAAAAAvw/zue6KJ1aRAg/s72-c/csr5-01feb12-s.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-2809031068677201542</id><published>2012-01-30T16:11:00.001+07:00</published><updated>2012-01-30T16:13:08.425+07:00</updated><title type='text'>แนวทางการรับมือภัยพิบัติสำหรับองค์กรธุรกิจ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;width: 208px; height: 294px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-6GU0Z62jiyQ/TyZfBQo1QdI/AAAAAAAAACM/UgtKM64eDQo/s400/cover-thaidrn-o.jpg" border="0" alt="" /&gt;ความถี่และผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและเกิดบ่อยครั้งขึ้นทั่วโลก ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมหาศาล ในประเทศไทย ภัยจากคลื่นสึนามิเมื่อปี 2547 ใน 6 จังหวัดภาคใต้ ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากกว่า 30,000 ล้านบาท สถานการณ์อุทกภัยเมื่อปี 2553 ได้สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าสูงถึง 16,339 ล้านบาท และในปี 2554 ที่เพิ่งผ่านพ้นมา สถานการณ์อุทกภัย ได้สร้างผลกระทบกับหลายพื้นที่ในประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 65 จังหวัด โดยมีการประเมินตัวเลขความเสียหายเบื้องต้นเป็นจำนวนนับแสนล้านบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติเหล่านี้ จำต้องได้รับการฟื้นฟูเยียวยา และทำให้การดำรงชีวิตและการทำงานกลับคืนสู่สภาพปกติ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และแม้ความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ที่ภาคเอกชนดำเนินการในรูปของการบริจาคเงิน สิ่งของเครื่องใช้ และการอาสา จะเป็นสิ่งจำเป็นในช่วงเผชิญเหตุ (Response) แต่บทบาทในการฟื้นฟู (Recovery) หลังการเกิดภัยพิบัติ โดยคำนึงถึงการดำเนินผ่านกระบวนงานหลักขององค์กร และประเด็นด้านความยั่งยืนก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการช่วยเหลือและการบรรเทาทุกข์ในระหว่างเหตุการณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งที่ผ่านมา ทำให้ภาคธุรกิจตระหนักว่า ผลกระทบไม่ได้จำกัดวงแค่ในประเทศไทย แต่กระทบกับธุรกรรมการค้าทั่วโลกที่อิงไทยเป็นฐานการผลิต ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดดิสก์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์ กระเทือนซัพพลายเชนทั่วโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคธุรกิจจึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการรับมือกับภัยพิบัติ โดยเฉพาะการลดความเสี่ยง (Risk Reduction/Mitigation) ซึ่งจะช่วยจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กร จากภัย (Hazard) ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ให้พัฒนากลายเป็นภัยพิบัติ (Disaster) อันก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อองค์กร ตลอดจนการพัฒนาขีดความสามารถในการเตรียมพร้อม (Readiness/Preparedness) รับมือภัยพิบัติของบุคลากรในองค์กรไว้ล่วงหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอกสาร “&lt;b&gt;แนวทางการรับมือภัยพิบัติสำหรับองค์กรธุรกิจ&lt;/b&gt;” ฉบับนี้ ได้ถูกเรียบเรียงขึ้นโดยสถาบันไทยพัฒน์ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับองค์กรธุรกิจในการวางแผนและพัฒนากลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติในแต่ละระยะอย่างเหมาะสม ทั้งการดำเนินผ่านกระบวนงานหลักทางธุรกิจ ในสถานประกอบการ ในช่องทางการตลาด และในสายอุปทาน การให้และกิจกรรมเพื่อสังคม ภายในชุมชนที่ธุรกิจดำเนินงานอยู่ หรือในชุมชนอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งการเข้าร่วมหารือและผลักดันในนโยบายสาธารณะต่างๆ ตลอดจนการชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับจากการมีส่วนร่วมในการรับมือภัยพิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน่วยงานที่สนใจสามารถติดต่อขอรับได้ที่สถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในวันและเวลาทำการ ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="separate-footer"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;สำหรับหน่วยงานหรือองค์กรที่ต้องการพิมพ์ซ้ำ (re-print) เพื่อเผยแพร่จำนวนมาก&lt;br /&gt;&lt;table cellspacing="0" cellpadding="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="center" align="left"&gt;กรุณาติดต่อ อีเมล: &lt;/td&gt;&lt;td valign="center" align="left"&gt;&lt;img src="http://photos1.blogger.com/blogger/792/1628/200/thaicsr.gif" border="0" /&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;ในหนังสือฉบับพิมพ์เฉพาะสำหรับหน่วยงาน สามารถเพิ่ม&lt;br /&gt;- สารจากผู้บริหารของหน่วยงาน&lt;br /&gt;- ตราสัญลักษณ์ (โลโก้) หน่วยงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p class="separate-footer"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-2809031068677201542?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/2809031068677201542'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/2809031068677201542'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2012/01/blog-post_30.html' title='แนวทางการรับมือภัยพิบัติสำหรับองค์กรธุรกิจ'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-6GU0Z62jiyQ/TyZfBQo1QdI/AAAAAAAAACM/UgtKM64eDQo/s72-c/cover-thaidrn-o.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-5546871659220134306</id><published>2012-01-12T14:55:00.004+07:00</published><updated>2012-01-12T14:57:57.178+07:00</updated><title type='text'>ประโยชน์ที่ภาคธุรกิจจะได้รับในวงจรรับมือภัยพิบัติ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;จากผลพวงของสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทย นับตั้งแต่ไตรมาสสามของปี 54 ได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนใน 65 จังหวัด หรือคิดเป็น 84% ของประเทศ ทำให้ทุกฝ่ายต้องดำเนินการช่วยเหลือ ฟื้นฟู และเยียวยากันจนสถานการณ์คลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากจะประเมินบทบาทของภาคธุรกิจ ในฐานะหนึ่งในภาคส่วนที่สำคัญของสังคม ที่สามารถระดมทรัพยากรเพื่อใช้ในการช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูหลังการเกิดอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนอกจากจะเป็นการมอบเงินบริจาค อาหาร สิ่งของอุปโภคบริโภค และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีมูลค่ารวมกันเป็นหลักพันล้านบาทในชั่วระยะเวลาสั้นๆ แล้ว ยังมีบทบาทการอาสาของพนักงานจากองค์กรธุรกิจต่างๆ ที่เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งในระหว่างและหลังประสบภัยน้ำท่วม ร่วมกับภาครัฐและภาคประชาสังคม รวมทั้งทหารจากทุกเหล่าทัพ ตลอดห้วงเวลาที่เกิดอุทกภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อสถานการณ์ภัยพิบัติผ่านพ้น ภาคธุรกิจเอกชนจะมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นในช่วงฟื้นฟู (Recovery) ซึ่งจะทอดระยะเวลา 1-3 ปี นั่นหมายความว่า บริษัทต่างๆ ทั้งที่ได้รับและไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภัยครั้งนี้ จะมีกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการฟื้นฟูอย่างถ้วนทั่วไม่มากก็น้อย แตกต่างกันไปในแต่ละกิจการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในรายงานของ World Economic Forum (&lt;a href="http://bit.ly/wicQkB" target="_blank"&gt;Disaster Resource Partnership: A New Private-Public Partnership Model for Disaster Response&lt;/a&gt;, November 2010) ได้ประมวลลักษณะการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนที่สะท้อนออกมาเป็นกิจกรรมทางธุรกิจทั้งในรูปแบบที่ไม่คิดมูลค่า (Pro Bono) หรือคิดเท่าต้นทุน (At Cost) หรือแสวงหากำไร (For Profit) ในแต่ละระยะหลังภัยพิบัติ ไว้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/-Sz_vlfXQksc/TwP5r6NArWI/AAAAAAAAAsY/j3prG7WqqP0/s1600/business-response-bg.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 241px;" src="http://1.bp.blogspot.com/-Sz_vlfXQksc/TwP5r6NArWI/AAAAAAAAAsY/j3prG7WqqP0/s400/business-response-bg.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5693668886679956834" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:80%;"&gt;กิจกรรมทางธุรกิจที่ไม่คิดมูลค่า หรือคิดเท่าต้นทุน หรือแสวงหากำไร ในแต่ละระยะหลังภัยพิบัติ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ ในเอกสารของ World Economic Forum (&lt;a href="http://bit.ly/pjkBvq" target="_blank"&gt;A Vision for Managing Natural Disaster Risk&lt;/a&gt;, April 2011) ยังได้ประมวลประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับจากการมีส่วนร่วมในแต่ละระยะของการรับมือภัยพิบัติ ตั้งแต่ช่วงการเตรียมพร้อม (Preparedness) การบรรเทาทุกข์ (Relief) การฟื้นฟู (Recovery) และการบูรณะ (Reconstruction) ไว้ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;ประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับในแต่ละระยะของการรับมือภัยพิบัติ&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-size:90%;"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="2" cellspacing="0" border="1"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td bgcolor="#EEEEEE" width="25%" valign="top" align="center"&gt;การเตรียมพร้อม&lt;br /&gt;(Preparedness)&lt;/td&gt;&lt;td bgcolor="#EEEEEE" width="25%" valign="top" align="center"&gt;การบรรเทาทุกข์&lt;br /&gt;(Relief)&lt;/td&gt;&lt;td bgcolor="#EEEEEE" width="25%" valign="top" align="center"&gt;การฟื้นฟู&lt;br /&gt;(Recovery)&lt;/td&gt;&lt;td bgcolor="#EEEEEE" width="25%" valign="top" align="center"&gt;การบูรณะ&lt;br /&gt;(Reconstruction)&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="2" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;กระชับความสัมพันธ์ในท้องถิ่น&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;เสริมสร้างตราสินค้า ชื่อเสียง และคุณค่าขององค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;การพัฒนาบุคลากรเจ้าหน้าที่&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="2" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;กระชับความสัมพันธ์ในท้องถิ่น&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;เสริมสร้างตราสินค้า ชื่อเสียง และคุณค่าขององค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;การพัฒนาบุคลากรเจ้าหน้าที่&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="2" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;กระชับความสัมพันธ์ในท้องถิ่น&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;เสริมสร้างตราสินค้า ชื่อเสียง และคุณค่าขององค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;การพัฒนาบุคลากรเจ้าหน้าที่&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;โอกาสโดยตรงทางธุรกิจ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="2" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;กระชับความสัมพันธ์ในท้องถิ่น&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;เสริมสร้างตราสินค้า ชื่อเสียง และคุณค่าขององค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;การพัฒนาบุคลากรเจ้าหน้าที่&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;โอกาสโดยตรงทางธุรกิจ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;การพัฒนาทางธุรกิจ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-5546871659220134306?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/5546871659220134306'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/5546871659220134306'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2012/01/blog-post_12.html' title='ประโยชน์ที่ภาคธุรกิจจะได้รับในวงจรรับมือภัยพิบัติ'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-Sz_vlfXQksc/TwP5r6NArWI/AAAAAAAAAsY/j3prG7WqqP0/s72-c/business-response-bg.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-708490394217657512</id><published>2012-01-12T14:31:00.001+07:00</published><updated>2012-01-12T14:31:50.179+07:00</updated><title type='text'>ภัยพิบัติกับการพัฒนาที่ยั่งยืน</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;อุทกภัยได้สร้างผลกระทบในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม พื้นที่หลายประเทศในเอเชียถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายจากผลกระทบทางอุทกภัย ไม่ว่าจะเป็น บังคลาเทศ เวียดนาม กัมพูชา อินเดีย เนปาล ศรีลังกา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จีน และประเทศไทย ล้วนเคยประสบกับความสูญเสียจากอุทกภัยมาแล้วทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การชั่งน้ำหนักระหว่างต้นทุนและประโยชน์ที่จะได้รับในการจัดการกับความเสี่ยงจากอุทกภัย โดยเฉพาะในบริเวณที่ลุ่มน้ำท่วมถึง เช่น พื้นที่ราบน้ำท่วมถึง ปากแม่น้ำ พื้นที่เมือง และบริเวณชายฝั่ง ควรต้องทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณเหล่านี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และได้รับประโยชน์สูงกว่าในระยะยาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติต้องอาศัยคำยึดมั่นและข้อผูกพันระยะยาว ผนวกกับกระบวนการในการวางแผนการพัฒนา ซึ่งหากปราศจากเจตจำนงและข้อผูกมัดทางการเมืองในการขับเคลื่อนการกำหนดนโยบายและกฎหมายที่มุ่งลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและพิบัติภัยอื่นๆ แล้ว ความทุ่มเทในการพัฒนาประเทศก็จะถูกคุกคามเสียเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในรายงานของ UNDP เรื่อง “&lt;a href="http://on.undp.org/yRRHR3" target="_blank"&gt;Reducing Disaster Risk: A Challenge for Development&lt;/a&gt;” ได้ชี้ให้เห็นความเชื่องโยงระหว่างภัยพิบัติกับการพัฒนาไว้ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเชื่องโยงระหว่างภัยพิบัติกับการพัฒนา&lt;br /&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="5" cellspacing="0" border="1"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td bgcolor="#EEEEEE" width="20%" align="center" valign="top"&gt;&lt;b&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/td&gt;&lt;td bgcolor="#EEEEEE" width="40%" align="center" valign="top"&gt;&lt;b&gt;การพัฒนาทางเศรษฐกิจ&lt;/b&gt;&lt;/td&gt;&lt;td bgcolor="#EEEEEE" width="40%" align="center" valign="top"&gt;&lt;b&gt;การพัฒนาทางสังคม&lt;/b&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;ภัยพิบัติที่จำกัดการพัฒนา&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="2" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;การทำลายสินทรัพย์ถาวร&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;การสูญเสียความสามารถในการผลิต การเข้าถึงตลาด หรือ ปัจจัยวัตถุดิบ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;ความเสียหายทางการคมนาคม การสื่อสาร หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;การดำรงชีพ เงินออม และทุนทางกายภาพถูกกัดกร่อน&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="2" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;การทำลายสุขภาพ โครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา และบุคลากร&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;การเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือการย้ายถิ่นฐานของผู้มีบทบาทสำคัญในสังคม ที่นำไปสู่การกร่อนของทุนทางสังคม&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;การพัฒนาที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงทางภัยพิบัติ&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="2" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;การดำเนินวิถีการพัฒนาที่ขาดความยั่งยืน สร้างให้เกิดความมั่งคั่งแก่คนบางกลุ่ม บนความสูญเสียของคนกลุ่มใหญ่ที่มีสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่และการทำงานที่ไม่ปลอดภัย หรือทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="2" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;เส้นทางการพัฒนาบ่มเพาะบรรทัดฐานทางวัฒนธรรมที่ส่งเสริมการแยกตัวจากสังคม หรือการกีดกันทางการเมือง&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;การพัฒนาที่ลดความเสี่ยงทางภัยพิบัติ&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="2" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;การเข้าถึงที่เพียงพอในเรื่องน้ำดื่ม อาหาร การจัดการของเสีย และที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถรับกับสภาพการเปลี่ยนแปลงได้เพิ่มขึ้น&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;การค้าและเทคโนโลยี สามารถลดความยากไร้&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;การลงทุนในกลไกด้านการเงิน และการประกันสังคม สามารถใช้เป็นเครื่องมือลดความเปราะบาง&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="2" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;การสร้างความปรองดองในชุมชน ด้วยการให้ความสำคัญกับปัจเจกหรือกลุ่มสังคม (เช่น สตรี) ที่ถูกกีดกัน เพิ่มโอกาสการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การเพิ่มสมรรถภาพทางการศึกษาและอนามัย จะช่วยให้มีความสามารถในการปรับตัวเพิ่มขึ้น&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ได้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในเรื่องการจัดการภัยพิบัติจากลำพังการบรรเทาทุกข์ ไปสู่การเตรียมความพร้อมและการลดผลกระทบ จนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ได้มีการยอมรับในการให้ความสำคัญกับการผนวกข้อปฏิบัติด้านการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติเข้าไว้ในแผนการพัฒนามากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการผนวกหรือทำให้ข้อปฏิบัติด้านการจัดการความเสี่ยงกลายเป็นเรื่องหลักในแผนการพัฒนา โดยมีจุดมุ่งหมายที่ทำให้แน่ใจได้ว่าผลสำเร็จของการพัฒนาสามารถดำเนินต่อไปในมุมที่จะขยายวงของการพัฒนา มากกว่าในมุมที่จะไปลดทอนการพัฒนาจากเหตุภัยพิบัติ ดำเนินไปด้วยความอุตสาหะอย่างผสมผสานสอดคล้องระหว่างผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อให้ได้มาซึ่งสังคมที่มีความปลอดภัยมากขึ้นและมีความยั่งยืนในท้ายที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;[&lt;a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/details/business/ceo-blogs/pipat/20120112/429209/ภัยพิบัติกับการพัฒนาที่ยั่งยืน.html" target="_blank"&gt;Original Link&lt;/a&gt;]&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-708490394217657512?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/708490394217657512'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/708490394217657512'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2012/01/blog-post.html' title='ภัยพิบัติกับการพัฒนาที่ยั่งยืน'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-7141336405453572308</id><published>2011-12-26T11:42:00.000+07:00</published><updated>2011-12-27T11:44:43.992+07:00</updated><title type='text'>คอลัมน์ ซีเอสอาร์อินมูฟเมนต์</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;สถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล็งเห็นความสำคัญของการจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ ที่ภาคเอกชนจะเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยการทำงานในแบบกลุ่มความร่วมมือ และจำต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ กรณีศึกษา และบทเรียนการจัดการภัยพิบัติในอดีตทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการเรียนรู้และต่อยอดการทำงาน จึงได้จัดตั้งข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติ (Disaster Resource Network) ภาคเอกชนในชื่อ "Thai DRN" เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลและทรัพยากรสนับสนุนการทำงานของภาคเอกชนในการจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ ภาคเอกชนที่สนใจนำเครื่องมือเผชิญภัยพิบัติมาใช้สำหรับองค์กร ตั้งแต่เครื่องมือการลดความเสี่ยง (Risk Mitigation) เครื่องมือการเผชิญเหตุ (Response) เครื่องมือการฟื้นฟู (Recovery) และเครื่องมือการสื่อสาร (Communications) สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติที่ www.thaiDRN.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;[&lt;a href="http://www.prachachat.net/old/view_news.php?newsid=02csr05261254&amp;sectionid=0221&amp;day=2011-12-26" target="_blank"&gt;Original Link&lt;/a&gt;]&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-7141336405453572308?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7141336405453572308'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7141336405453572308'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_26.html' title='คอลัมน์ ซีเอสอาร์อินมูฟเมนต์'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-4190585076247021131</id><published>2011-12-13T17:37:00.001+07:00</published><updated>2011-12-13T17:38:12.941+07:00</updated><title type='text'>ไทยพัฒน์ผุด Thai DRN ศูนย์กลางความรู้ สู้ภัยพิบัติ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;ความถี่และผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและเกิดบ่อยครั้งขึ้นทั่วโลก ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมหาศาล ในประเทศไทย ภัยจากคลื่นสึนามิเมื่อปี 2547 ใน 6 จังหวัดภาคใต้ ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวมากกว่า 30,000 ล้านบาท ส่วนสถานการณ์อุทกภัยในปีที่แล้วได้ สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าสูงถึง 16,339 ล้านบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปีนี้ สถานการณ์อุทกภัย ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 จนถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งสิ้น 64 จังหวัด โดยมีการประเมินตัวเลขความ เสียหายเบื้องต้นเป็นจำนวนนับแสนล้านบาท ซึ่งผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ จำต้องได้รับการฟื้นฟูเยียวยา และทำให้การ ดำรงชีวิตและการทำงานกลับคืนสู่สภาพปกติ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคธุรกิจเอกชนถือเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญที่มีส่วนในการช่วยเหลือ การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูหลังการเกิดภัยพิบัติ โดยในต่างประเทศ ได้มีการจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือของภาคเอกชนต่อการ รับมือกับภัยพิบัติในลักษณะของการทำงาน วิถีกลุ่ม (Collective Action) เพื่อเสริม พลังของการช่วยเหลือ การบรรเทาทุกข์ และ การฟื้นฟูจากภัยพิบัติที่มีความรุนแรงและ ส่งผลเสียหายในวงกว้าง ที่ซึ่งทรัพยากรขององค์กรใดองค์กรเดียวไม่สามารถใช้ให้เกิดผลได้เพียงลำพัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ สถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะองค์กรที่ทำงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกับภาคธุรกิจเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2548 ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ ที่ภาคเอกชนจะเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยการทำงานในแบบกลุ่มความร่วมมือ และจำต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความ รู้ กรณีศึกษา และบทเรียนการจัดการ ภัยพิบัติในอดีตทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการ เรียนรู้และต่อยอดการทำงาน ที่ทำให้ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ ดังนั้น จึงได้พัฒนาข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติ สำหรับภาคเอกชน ในชื่อ Thai DRN เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลและทรัพยากรสนับสนุนการทำงานของภาคเอกชนในการจัดการภัยพิบัติและ การฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวย การสถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชน บทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการเปิดตัวข่ายงานทรัพยากร ภัยพิบัติว่า จากการที่สถาบันได้ขับเคลื่อน งานด้าน CSR ร่วมกับภาคธุรกิจภายใต้เครือข่าย Thai CSR มาโดยตลอด เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีชุดข้อมูลและ องค์ความรู้ที่เหมาะสมต่อการดำเนินความ รับผิดชอบต่อสังคมในสถานการณ์ฉุกเฉิน และไม่ปกติ รวมทั้งความจำเป็นของการมีกลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติที่มีประสิทธิผล สำหรับตอบสนองต่อเหตุอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งต่างจากกลยุทธ์ CSR ที่ใช้ในสถานการณ์ปกติ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“Thai DRN เป็นเสมือนแหล่งข้อมูล ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในเวอร์ชั่น พิเศษ เพื่อใช้สนับสนุนการทำงานของภาคเอกชนในสถานการณ์ภัยพิบัติ ขณะที่ Thai CSR จะทำหน้าที่สนับสนุนการขับเคลื่อน CSR ในสถานการณ์ปกติ ซึ่งก็ได้ดำเนินงานเข้ามาสู่ปีที่ 7 แล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากเครือข่าย Thai DRN จะทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลความรู้และเครื่อง มือด้านการดำเนินงานฟื้นฟูบูรณะให้แก่ภาคเอกชนแล้ว การสนับสนุนการทำงาน ของ Thai DRN จะใช้แนวทาง “Build Back Better” เพื่อเพิ่มสมรรถภาพในการ ฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ และจะส่งเสริมผลสำเร็จของภาคเอกชนในกระบวน การฟื้นฟูบูรณะชุมชนที่ประสบภัยพิบัติ ด้วยการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่เห็นชัดและวัดได้ โดยคำนึงถึงการดำเนินผ่านกระบวนงานหลักขององค์กร และประเด็น ด้านความยั่งยืน ที่มีตัวชี้วัดครอบคลุมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำมาจากกรอบการรายงานสากลของ GRI มาใช้เป็นแนวทางในการกำกับการสนับสนุนการทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สำหรับภาคเอกชนที่สนใจนำเครื่อง มือเผชิญภัยพิบัติมาใช้สำหรับองค์กร ตั้งแต่เครื่องมือการลดความเสี่ยง (Risk Mitigation) เครื่องมือการเผชิญเหตุ (Response) เครื่องมือการฟื้นฟู (Recovery) และเครื่องมือการสื่อสาร (Communications) โดยสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติที่ www.thaiDRN.com ผอ.สถาบันไทยพัฒน์” กล่าวทิ้งท้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;[&lt;a href="http://www.siamturakij.com/home/news/display_news.php?news_id=413356909" target="_blank"&gt;Original Link&lt;/a&gt;]&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-4190585076247021131?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/4190585076247021131'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/4190585076247021131'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/thai-drn_13.html' title='ไทยพัฒน์ผุด Thai DRN ศูนย์กลางความรู้ สู้ภัยพิบัติ'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-8052336749996623607</id><published>2011-12-12T10:55:00.000+07:00</published><updated>2011-12-13T11:07:07.383+07:00</updated><title type='text'>เปิด 'Thai DRN' เครือข่ายฟื้นฟูกู้ภัยพิบัติ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;ความถี่และผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและเกิดบ่อยครั้งขึ้นทั่วโลก ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมหาศาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในประเทศไทย เมื่อปี 2547 เกิดคลื่นสึนามิใน 6 จังหวัดภาคใต้ ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากกว่า 30,000 ล้านบาท ส่วนในปีที่ผ่านมา สถานการณ์อุทกภัยได้สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าสูงถึง 16,339 ล้านบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปีนี้ อุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจวบจนถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งสิ้น 65 จังหวัด โดยมีการประเมินตัวเลขความเสียหายเบื้องต้นเป็นจำนวนนับแสนล้านบาท ซึ่งผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ จำต้องได้รับการฟื้นฟูเยียวยา และทำให้การดำรงชีวิตและการทำงานกลับคืนสู่สภาพปกติ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ ภาคธุรกิจเอกชนถือเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญที่มีส่วนในการช่วยเหลือ การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูหลังการเกิดภัยพิบัติ โดยในต่างประเทศ ได้มีการจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือของภาคเอกชนต่อการรับมือกับภัยพิบัติในลักษณะของ&lt;b&gt;การทำงานวิถีกลุ่ม&lt;/b&gt; (Collective Action) เพื่อเสริมพลังของการช่วยเหลือ การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูจากภัยพิบัติที่มีความรุนแรงและส่งผลเสียหายในวงกว้าง ที่ซึ่งทรัพยากรขององค์กรใดองค์กรเดียวไม่สามารถใช้ให้เกิดผลได้เพียงลำพัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์&lt;/b&gt; จึงเปิดตัวข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติ (Disaster Resource Network) ภาคเอกชน ในชื่อ Thai DRN สนับสนุนการทำงานฟื้นฟูขององค์กรธุรกิจ ด้วยแนวทาง "&lt;b&gt;Build Back Better&lt;/b&gt;" เพื่อเพิ่มสมรรถภาพในการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ เน้นการใช้กระบวนงานหลักขององค์กร และประเด็นด้านความยั่งยืน โดยนำตัวชี้วัด GRI มาใช้สนับสนุนการดำเนินงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยข่ายงานดังกล่าว ภาคเอกชนจะได้มีส่วนร่วมด้วยการทำงานในแบบกลุ่มความร่วมมือ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ กรณีศึกษา และบทเรียนการจัดการภัยพิบัติในอดีตทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการเรียนรู้และต่อยอดการทำงาน ซึ่งทำให้ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ฯ&lt;/b&gt; กล่าวถึงการเปิดตัวข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติว่า จากการที่สถาบันได้ขับเคลื่อนงานด้าน CSR ร่วมกับภาคธุรกิจภายใต้เครือข่าย Thai CSR มาโดยตลอด เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีชุดข้อมูลและองค์ความรู้ที่เหมาะสมต่อการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคมในสถานการณ์ฉุกเฉินและไม่ปกติ รวมทั้งความจำเป็นของการมีกลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติที่มีประสิทธิผล สำหรับตอบสนองต่อเหตุอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งต่างจากกลยุทธ์ CSR ที่ใช้ในสถานการณ์ปกติ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;"Thai DRN เป็นเสมือนแหล่งข้อมูลด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในเวอร์ชั่นพิเศษ เพื่อใช้สนับสนุนการทำงานของภาคเอกชนในสถานการณ์ภัยพิบัติ ขณะที่ Thai CSR จะทำหน้าที่สนับสนุนการขับเคลื่อน CSR ในสถานการณ์ปกติ ซึ่งก็ได้ดำเนินงานเข้ามาสู่ปีที่ 7 แล้ว"&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคเอกชนที่สนใจนำเครื่องมือเผชิญภัยพิบัติมาใช้สำหรับองค์กร ตั้งแต่เครื่องมือการลดความเสี่ยง (Risk Mitigation) เครื่องมือการเผชิญเหตุ (Response) เครื่องมือการฟื้นฟู (Recovery) และเครื่องมือการสื่อสาร (Communications) สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติที่ www.thaiDRN.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;[&lt;a href="http://daily.bangkokbiznews.com/detail/35648" target="_blank"&gt;Original Link&lt;/a&gt;]&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-8052336749996623607?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/8052336749996623607'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/8052336749996623607'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/thai-drn.html' title='เปิด &apos;Thai DRN&apos; เครือข่ายฟื้นฟูกู้ภัยพิบัติ'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-4770867557850750573</id><published>2011-12-12T10:44:00.002+07:00</published><updated>2011-12-13T17:51:25.449+07:00</updated><title type='text'>ผ่างบฯซีเอสอาร์ลุยมหาอุทกภัย 2554 ธุรกิจโปรยเงิน 10-300 ล้านบาทกู้วิกฤต</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;ในสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในปีนี้ นับตั้งแต่น้ำท่วมภาคใต้ในช่วงต้นปี จนถึงปลายปีในพื้นที่ภาคกลางรวมถึงกรุงเทพมหานคร สร้างความเดือดร้อนเสียหายทั้งทรัพย์สินและจิตใจอย่างประเมินค่าไม่ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ทว่าในวิกฤตดังกล่าวยังได้เห็นความร่วมมือร่วมใจในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยของหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะภาคธุรกิจเอกชนที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือสังคมได้อย่างดี แม้ธุรกิจของตนเองจะได้รับผลกระทบด้วยก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/-tni5hMqHHhQ/TucuAISQbxI/AAAAAAAAAB0/ANPk5Ffgk0A/s1600/csr01121254p2.jpg" imageanchor="1" style="clear:left; float:left;margin-right:1em; margin-bottom:1em"&gt;&lt;img border="0" height="320" width="188" src="http://2.bp.blogspot.com/-tni5hMqHHhQ/TucuAISQbxI/AAAAAAAAAB0/ANPk5Ffgk0A/s320/csr01121254p2.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;และ&lt;b&gt;จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รูปแบบการทำซีเอสอาร์ของแต่ละบริษัทปรับไปสู่พื้นที่ของการทำงานในภาวะวิกฤตมากขึ้น งบประมาณที่จะนำในใช้ในส่วนอื่น ๆ ถูกนำมาลงกับกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม&lt;/b&gt; แต่ละบริษัทมีกลยุทธ์ในการใช้งบประมาณที่แตกต่างกันไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเทงบประมาณไปกับการบริจาคเงิน เครื่องใช้จำเป็น และรวมพลังจิตอาสาเพื่อระดมความช่วยเหลือไปถึงผู้ประสบภัยให้เร็วที่สุด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"&lt;b&gt;ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย&lt;/b&gt;" ผู้จัดการอาวุโส กิจการบรรษัท กิจการสาธารณะ เทสโก้ โลตัส บอกว่า หลักในการใช้งบประมาณของเราจะมองที่ความจำเป็นเร่งด่วนเป็นสิ่งแรก ดังนั้นงบประมาณที่จะใช้ทำซีเอสอาร์โครงการอื่นที่วางแผนไว้ โครงการไหนที่สามารถยืดเวลาไปได้ เราก็นำทรัพยากรในโครงการดังกล่าวมาใช้สำหรับช่วยเหลือคนในวิกฤตก่อน ส่วนด้านภาพลักษณ์จะเป็นสิ่งที่ตามมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนี้ทิศทางการทำซีเอสอาร์ของแต่ละบริษัทจะเปลี่ยนโหมดไปสู่การคืนความสุขให้กับประชาชนมากขึ้น เพราะการฟื้นฟูเป็นสิ่งสำคัญ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับธุรกิจด้านการสื่อสารและ โทรคมนาคมอย่างดีแทค "&lt;b&gt;พีระพงษ์ กลิ่นละออ&lt;/b&gt;" ผู้อำนวยการสำนึกงานสำนึกรักบ้านเกิด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บอกว่า งบประมาณที่เรานำมาช่วยเหลือในวิกฤตน้ำท่วมมากกว่างบประมาณที่ใช้ทำซีเอสอาร์ทั้งปี มาจากระดมทุนใน 3 ส่วน ได้แก่ 1.การของบฯซีเอสอาร์จากซีอีโอเฉพาะในเหตุการณ์น้ำท่วม 2.แปรเปลี่ยนงบประมาณสำหรับใช้ในส่วน อื่น ๆ เป็นงบประมาณสำหรับช่วยเหลือน้ำท่วม และ 3.เป็นการร่วมระดมทุนกับเครือข่ายอื่น ๆ ซึ่งนับว่าเป็นการบริหารงบประมาณให้เกิดการทำงานที่คุ้มค่ามากที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนของงบประมาณ เพราะในวิกฤตแบบนี้เชื่อว่าต่อให้มีเงินมากเท่าไหร่ก็ไม่มีวันถมเต็ม แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ความร่วมมือร่วมใจของทุกคนที่จะช่วยผ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันได้อย่างไรมากกว่า"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องนี้ "&lt;b&gt;ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ&lt;/b&gt;"ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ยกตัวอย่างรูปแบบของการใช้งบประมาณด้านซีเอสอาร์ในภาวะวิกฤตที่ต่างประเทศเคยทำการวิจัยไว้ พบว่ามีอยู่ 3 รูปแบบ คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;1.การทำซีเอสอาร์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก&lt;/b&gt; ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิด น้ำท่วม คนตกงาน เกิดความเดือดร้อน บริษัทก็เปิดรับคนเหล่านี้ให้เข้ามา ทำงานประจำ หรือในเหตุการณ์น้ำท่วม สายการบินก็เข้าให้ความช่วยเหลือด้านโลจิสติกส์ เป็นการนำธุรกิจที่ทำอยู่เข้าช่วยเหลือสังคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;2.การทำซีเอสอาร์ด้วยการบริจาคและช่วยเหลือสังคม&lt;/b&gt; ซึ่งเป็นการได้ 3 รูปแบบ คือบริจาคเงิน สิ่งของ และแรงงาน เช่น การบริจาคเงินให้กับมูลนิธิต่าง ๆ หรือเปลี่ยนเงินเป็นสิ่งของใน รูปแบบถุงยังชีพ ถุงคืนชีพ บริจาคให้กับผู้ได้รับผลกระทบและการส่งพนักงานไปทำจิตอาสาในพื้นที่ประสบภัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และ &lt;b&gt;3.ซีเอสอาร์ในส่วนของการเป็น ผู้ร่วมผลักดัน โน้มน้าวให้เกิดนโยบายสาธารณะ&lt;/b&gt; อย่างเช่น บริษัทโตโยต้าที่เข้าไปร่วมวางแผนเพื่อหาแนวทางในการตัดถนนเพื่อระบายน้ำที่ท่วมขังอยู่ให้ออกจากพื้นที่ เป็นการทำซีเอสอาร์ด้วยการพูด ให้คำแนะนำ ให้ความรู้ ไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติ แต่อาศัยความมีอำนาจและความสัมพันธ์ในเครือข่ายที่ตนเองมี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้เขายังฉายภาพรวมของ&lt;b&gt;การใช้งบประมาณซีเอสอาร์ของแต่ละบริษัทในเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ว่า มีอยู่ 2 ส่วนคืองบประมาณสำหรับใช้ทำซีเอสอาร์โดยตรง และอีกส่วนเป็นงบประมาณในการทำซีเอสอาร์มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งมีบางบริษัทนำมารวมในงบประมาณ ซีเอสอาร์ด้วย ซึ่งเราไม่ถือว่าเป็น งบประมาณของซีเอสอาร์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ซีเอสอาร์ที่เราเห็นแต่ละบริษัททำตอนนี้ ส่วนใหญ่ใช้งบประมาณไปกับการบริจาค แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติ เพราะตามหลักสากลเมื่อเกิดวิกฤตขึ้น คนต้องการความช่วยเหลือแบบปัจจุบันทันด่วน การบริจาคเงิน สิ่งของ หรือ จิตอาสา เป็นสิ่งที่ต้องทำก่อน แต่เมื่อเหตุการณ์คลี่คลาย ตรงนี้อาจมีกิจกรรมอื่น ๆ เข้าฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย ดร.พิพัฒน์ หวังว่าจะได้เห็น รูปแบบของการทำซีเอสอาร์ที่เข้าไปอยู่ในกระบวนการธุรกิจ หรือภาคธุรกิจมีส่วนผลักดันให้เกิดนโยบายในช่วงวิกฤตน้ำท่วมมากขึ้น เพราะจะเกิดความยั่งยืนกว่าการทำเป็นกิจกรรมแล้วจบไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เพื่อให้เป็นซีเอสอาร์ที่ยกระดับเข้าสู่กลยุทธ์องค์กรและรับผิดชอบจากเนื้อในธุรกิจจริง ๆ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;[&lt;a href="http://www.prachachat.net/old/view_news.php?newsid=02csr01121254&amp;sectionid=0221&amp;day=2011-12-12" target="_blank"&gt;Original Link&lt;/a&gt;]&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-4770867557850750573?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/4770867557850750573'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/4770867557850750573'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/2554-10-300.html' title='ผ่างบฯซีเอสอาร์ลุยมหาอุทกภัย 2554 ธุรกิจโปรยเงิน 10-300 ล้านบาทกู้วิกฤต'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-tni5hMqHHhQ/TucuAISQbxI/AAAAAAAAAB0/ANPk5Ffgk0A/s72-c/csr01121254p2.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-7592451376906255270</id><published>2011-12-08T19:13:00.008+07:00</published><updated>2012-02-23T19:08:25.448+07:00</updated><title type='text'>ข่าวสาร</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="5" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="95%" valign="top"&gt;Management, &lt;b&gt;เทรนด์จิตอาสา กลยุทธ์ CSR รับมือภัยพิบัติ&lt;/b&gt;, &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2012/02/csr.html"&gt;ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์&lt;/a&gt; ฉบับที่ 169 (27 กุมภาพันธ์, 2555): หน้า C1.&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="95%" valign="top"&gt;หน้าต่าง CSR, &lt;b&gt;ภัยพิบัติกับการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/b&gt;, &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2012/01/blog-post.html"&gt;กรุงเทพธุรกิจ&lt;/a&gt; ฉบับที่ 8512 (12 มกราคม, 2555): หน้า 29.&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="95%" valign="top"&gt;ซีเอสอาร์-เอชอาร์, &lt;b&gt;คอลัมน์ ซีเอสอาร์อินมูฟเมนต์&lt;/b&gt;, &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_26.html"&gt;ประชาชาติธุรกิจ&lt;/a&gt; ฉบับที่ 4378 (26 ธันวาคม, 2554): หน้า 40.&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="95%" valign="top"&gt;การตลาด, &lt;b&gt;ไทยพัฒน์ผุด Thai DRN ศูนย์กลางความรู้ สู้ภัยพิบัติ&lt;/b&gt;, &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/thai-drn_13.html"&gt;สยามธุรกิจ&lt;/a&gt; ฉบับที่ 1258 (14 ธันวาคม, 2554): หน้า __.&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="95%" valign="top"&gt;HR &amp; Management, &lt;b&gt;เปิด 'Thai DRN' เครือข่ายฟื้นฟูกู้ภัยพิบัติ&lt;/b&gt;, &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/thai-drn.html"&gt;กรุงเทพธุรกิจ&lt;/a&gt; ฉบับที่ 8481 (12 ธันวาคม, 2554): หน้า 21.&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="95%" valign="top"&gt;ซีเอสอาร์-เอชอาร์, &lt;b&gt;ผ่างบฯซีเอสอาร์ลุยมหาอุทกภัย 2554 ธุรกิจโปรยเงิน 10-300 ล้านบาทกู้วิกฤต&lt;/b&gt;, &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/2554-10-300.html"&gt;ประชาชาติธุรกิจ&lt;/a&gt; ฉบับที่ 4374 (12 ธันวาคม, 2554): หน้า 40.&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="95%" valign="top"&gt;หน้าต่าง CSR, &lt;b&gt;กลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติภาคธุรกิจ&lt;/b&gt;, &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_08.html"&gt;กรุงเทพธุรกิจ&lt;/a&gt; ฉบับที่ 8477 (8 ธันวาคม, 2554): หน้า 29.&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="95%" valign="top"&gt;ข่าวประชาสัมพันธ์, &lt;b&gt;สถาบันไทยพัฒน์ เปิดตัวข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติ ภาคเอกชน สนับสนุนการทำงานฟื้นฟูขององค์กรธุรกิจหลังน้ำลด&lt;/b&gt;, &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_8017.html"&gt;สถาบันไทยพัฒน์&lt;/a&gt; (6 ธันวาคม, 2554).&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="95%" valign="top"&gt;หน้าต่าง CSR, &lt;b&gt;10 คำถามสำหรับผู้นำองค์กรต่อการรับมือภัยพิบัติ&lt;/b&gt;, &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/11/10.html"&gt;กรุงเทพธุรกิจ&lt;/a&gt; ฉบับที่ 8463 (24 พฤศจิกายน, 2554): หน้า _.&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="95%" valign="top"&gt;หน้าต่าง CSR, &lt;b&gt;แนวการฟื้นฟูในช่วงต้นหลังน้ำลด&lt;/b&gt;, &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/11/blog-post_17.html"&gt;กรุงเทพธุรกิจ&lt;/a&gt; ฉบับที่ 8456 (17 พฤศจิกายน, 2554): หน้า _.&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="95%" valign="top"&gt;หน้าต่าง CSR, &lt;b&gt;แผนอาสา CSR ในช่วงประสบภัย&lt;/b&gt;, &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/11/csr.html"&gt;กรุงเทพธุรกิจ&lt;/a&gt; ฉบับที่ 8449 (10 พฤศจิกายน, 2554): หน้า _.&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="95%" valign="top"&gt;หน้าต่าง CSR, &lt;b&gt;อะไรควร-ไม่ควร ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย&lt;/b&gt;, &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/10/blog-post_27.html"&gt;กรุงเทพธุรกิจ&lt;/a&gt; ฉบับที่ 8435 (27 ตุลาคม, 2554): หน้า 23.&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="95%" valign="top"&gt;หน้าต่าง CSR, &lt;b&gt;ธุรกิจทำอะไรได้บ้าง นอกจากการบริจาค&lt;/b&gt;, &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/10/blog-post.html"&gt;กรุงเทพธุรกิจ&lt;/a&gt; ฉบับที่ 8421 (13 ตุลาคม, 2554): หน้า 29.&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-7592451376906255270?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7592451376906255270'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7592451376906255270'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_8883.html' title='ข่าวสาร'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-5782444844750383326</id><published>2011-12-08T18:45:00.003+07:00</published><updated>2011-12-08T18:46:29.741+07:00</updated><title type='text'>กลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติภาคธุรกิจ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;เมื่อภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้น นอกจากกลยุทธ์ทางธุรกิจซึ่งใช้ในภาวะปกติจะไม่สามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ตามที่เคยเป็นแล้ว ภาคธุรกิจยังจำต้องนำหรือพัฒนากลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติในภาวะฉุกเฉินขึ้นมาใช้เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่ปกติในห้วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติดังกล่าวด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติจะต้องถูกออกแบบให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ในแต่ละระยะ ซึ่งโดยทั่วไปจะจำแนกออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ กลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติที่เกิดขึ้นโดยทันทีหรือในช่วงสั้นๆ กลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติในช่วงกลาง และกลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติในระยะยาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเอกสารของ International Business Leaders Forum (IBLF) ชื่อ “&lt;a href="http://bit.ly/smjby1" target="_blank"&gt;Disaster Management and Planning: an IBLF framework for Business Response&lt;/a&gt;” ได้ให้แนวทางในการรับมือภัยพิบัติทั้งสามระยะไว้ ภายใต้กลยุทธ์ที่เรียกว่า การช่วยเหลือ (Rescue) – การบรรเทาทุกข์ (Relief) – การฟื้นฟู (Recovery)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กลยุทธ์การช่วยเหลือ (Rescue)&lt;/b&gt; จะเกิดขึ้นโดยทันทีหลังการเกิดภัยพิบัติและทอดระยะเวลาไปได้หลายวัน ขึ้นอยู่กับขนาดของภัยพิบัติที่เกิดขึ้น จุดมุ่งเน้นอยู่ที่การช่วยเหลือคนเจ็บ ผู้ที่ติดค้าง หรือที่ถูกลอยแพ รวมทั้งการระบุตำแหน่งของผู้เสียชีวิต การปรับสภาพของจุดประสบเหตุให้มีความปลอดภัยต่อการเข้าช่วยเหลือ การเข้าสำรวจจุดหรือตำแหน่งของพนักงานที่ต้องการความช่วยเหลือ การเตรียมปัจจัยพื้นฐานที่ต้องการเร่งด่วน อาทิ น้ำดื่ม อาหาร เวชภัณฑ์ ที่พักพิง ฯลฯ รวมถึงการติดต่อกับครอบครัว การแจ้งข่าวแก่ญาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กลยุทธ์การบรรเทาทุกข์ (Relief)&lt;/b&gt; ในระยะต่อมา จะมุ่งเน้นที่การประเมินความเสียหาย และการติดต่อประสานงานในพื้นที่เพื่อให้ได้รับสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับการยังชีพ ไปยังหน่วยบรรเทาสาธารณภัยของทางการและที่เป็นสากล อาทิ การผลิตน้ำบริสุทธิ์ การอนามัยอาหารให้ถูกสุขลักษณะ การจัดศูนย์ดูแลและพักพิง โดยการดำเนินงานในระยะนี้ ยังรวมถึงการจัดหาการติดต่อสื่อสาร โลจิสติกส์ การช่วยเหลือซ่อมแซมสาธารณูปโภคพื้นฐาน การเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลที่ขาดความช่วยเหลือ การรวบรวมข่าวสารสำคัญด้านประชากร ความเสียหาย ความเสี่ยงต่อสุขภาพ ตลอดจนสถานการณ์โดยรวม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กลยุทธ์การฟื้นฟู (Recovery)&lt;/b&gt; ในระยะยาว จะมุ่งเน้นที่การซ่อมสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย การฟื้นสภาพความเป็นอยู่ให้กลับเข้าสู่ระดับที่เป็นปกติ รวมทั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สิ่งท้าทายสำคัญของกลยุทธ์การฟื้นฟูในการที่จะคงสภาพการดำรงอยู่ของครัวเรือน นักธุรกิจขนาดเล็ก และแรงงานในโรงงานให้ดำเนินต่อไปได้ คือ การเชื่อมโยงไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเองในระยะยาวและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การดำเนินกลยุทธ์ในช่วงสั้นและช่วงกลางจะมีส่วนสำคัญต่อการรับมือยามเมื่อประสบเหตุฉุกเฉินและเมื่อมีความต้องการด้านมนุษยธรรม ส่วนการดำเนินกลยุทธ์ในระยะยาวจะเป็นตัวกำหนดเส้นทางการพัฒนาใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจ ที่บรรดาธุรกิจจะต้องดำเนินตามในเวลาต่อมา ซึ่งถือเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาวะฉุกเฉินและความต้องการด้านมนุษยธรรม กับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ให้กลับเข้าสู่วิถีเศรษฐกิจที่ประกอบด้วยเสถียรภาพ การเติบโต และการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ การดำเนินกลยุทธ์ในระยะยาว ยังได้ให้ความสำคัญกับความจำเป็นด้านทักษะและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญบนเส้นทางในช่วงการพัฒนาใหม่ๆ หรือการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทบาทของภาคธุรกิจในแต่ละระยะจึงมีความสำคัญยิ่ง และไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับการทำธุรกิจตามปกติเท่านั้น แต่การดำเนินบทบาทเหล่านี้ยังสามารถนำไปสู่การสนับสนุน (และชี้นำ) การทำงานขององค์กรในหลายขั้นตอน จากบทเรียนภัยพิบัติในอดีต ได้ชี้ให้เห็นความจำเป็นของการวางแผนรับมือภัยพิบัติในอนาคต การตระเตรียมบทบาททางธุรกิจเฉพาะสาขาต่อการฟื้นฟูภัยพิบัติ การกำหนดบทบาทของภาคธุรกิจที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง รวมทั้งการสนับสนุนให้ธุรกิจดำเนินไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;[&lt;a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/details/business/ceo-blogs/pipat/20111208/423436/กลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติภาคธุรกิจ.html" target="_blank"&gt;Original Link&lt;/a&gt;]&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-5782444844750383326?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/5782444844750383326'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/5782444844750383326'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_08.html' title='กลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติภาคธุรกิจ'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-4579515277275241780</id><published>2011-12-06T01:27:00.003+07:00</published><updated>2011-12-08T19:20:11.315+07:00</updated><title type='text'>สถาบันไทยพัฒน์ เปิดตัวข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติ ภาคเอกชน สนับสนุนการทำงานฟื้นฟูขององค์กรธุรกิจหลังน้ำลด</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;สถาบันไทยพัฒน์  มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดตัวข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติ (Disaster Resource Network) ภาคเอกชน สนับสนุนการทำงานฟื้นฟูขององค์กรธุรกิจ ด้วยแนวทาง "Build Back Better" เพื่อเพิ่มสมรรถภาพในการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ เน้นการใช้กระบวนงานหลักขององค์กร และประเด็นด้านความยั่งยืน โดยนำตัวชี้วัด GRI มาใช้สนับสนุนการดำเนินงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความถี่และผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและเกิดบ่อยครั้งขึ้นทั่วโลก ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมหาศาล ในประเทศไทย ภัยจากคลื่นสึนามิเมื่อปี 2547 ใน 6 จังหวัดภาคใต้ ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากกว่า 30,000 ล้านบาท ส่วนสถานการณ์อุทกภัยในปีที่แล้วได้สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าสูงถึง 16,339 ล้านบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในปีนี้ สถานการณ์อุทกภัย ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 จนถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งสิ้น 65 จังหวัด โดยมีการประเมินตัวเลขความเสียหายเบื้องต้นเป็นจำนวนนับแสนล้านบาท ซึ่งผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ จำต้องได้รับการฟื้นฟูเยียวยา และทำให้การดำรงชีวิตและการทำงานกลับคืนสู่สภาพปกติ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคธุรกิจเอกชนถือเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญที่มีส่วนในการช่วยเหลือ การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูหลังการเกิดภัยพิบัติ โดยในต่างประเทศ ได้มีการจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือของภาคเอกชนต่อการรับมือกับภัยพิบัติในลักษณะของการทำงานวิถีกลุ่ม (Collective Action) เพื่อเสริมพลังของการช่วยเหลือ การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูจากภัยพิบัติที่มีความรุนแรงและส่งผลเสียหายในวงกว้าง ที่ซึ่งทรัพยากรขององค์กรใดองค์กรเดียวไม่สามารถใช้ให้เกิดผลได้เพียงลำพัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะองค์กรที่ทำงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกับภาคธุรกิจเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2548 ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ ที่ภาคเอกชนจะเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยการทำงานในแบบกลุ่มความร่วมมือ และจำต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ กรณีศึกษา และบทเรียนการจัดการภัยพิบัติในอดีตทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการเรียนรู้และต่อยอดการทำงาน ที่ทำให้ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ ดังนั้น จึงได้พัฒนาข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติ สำหรับภาคเอกชน ในชื่อ Thai DRN เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลและทรัพยากรสนับสนุนการทำงานของภาคเอกชนในการจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการเปิดตัวข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติ ในวันนี้ (6 ธ.ค. 2554) ว่า จากการที่สถาบันได้ขับเคลื่อนงานด้าน CSR ร่วมกับภาคธุรกิจภายใต้เครือข่าย Thai CSR มาโดยตลอด เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีชุดข้อมูลและองค์ความรู้ที่เหมาะสมต่อการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคมในสถานการณ์ฉุกเฉินและไม่ปกติ รวมทั้งความจำเป็นของการมีกลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติที่มีประสิทธิผล สำหรับตอบสนองต่อเหตุอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งต่างจากกลยุทธ์ CSR ที่ใช้ในสถานการณ์ปกติ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“Thai DRN เป็นเสมือนแหล่งข้อมูลด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในเวอร์ชั่นพิเศษ เพื่อใช้สนับสนุนการทำงานของภาคเอกชนในสถานการณ์ภัยพิบัติ ขณะที่ Thai CSR จะทำหน้าที่สนับสนุนการขับเคลื่อน CSR ในสถานการณ์ปกติ ซึ่งก็ได้ดำเนินงานเข้ามาสู่ปีที่ 7 แล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากเครือข่าย Thai DRN จะทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลความรู้และเครื่องมือด้านการดำเนินงานฟื้นฟูบูรณะให้แก่ภาคเอกชนแล้ว การสนับสนุนการทำงานของ Thai DRN จะใช้แนวทาง "Build Back Better" เพื่อเพิ่มสมรรถภาพในการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ และจะส่งเสริมผลสำเร็จของภาคเอกชนในกระบวนการฟื้นฟูบูรณะชุมชนที่ประสบภัยพิบัติ ด้วยการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่เห็นชัดและวัดได้ โดยคำนึงถึงการดำเนินผ่านกระบวนงานหลักขององค์กร และประเด็นด้านความยั่งยืน ที่มีตัวชี้วัดครอบคลุมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำมาจากกรอบการรายงานสากลของ GRI มาใช้เป็นแนวทางในการกำกับการสนับสนุนการทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคเอกชนที่สนใจนำเครื่องมือเผชิญภัยพิบัติมาใช้สำหรับองค์กร ตั้งแต่เครื่องมือการลดความเสี่ยง (Risk Mitigation) เครื่องมือการเผชิญเหตุ (Response) เครื่องมือการฟื้นฟู (Recovery) และเครื่องมือการสื่อสาร (Communications) สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติที่ www.thaiDRN.com&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;--------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:95%;"&gt;&lt;i&gt;ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อสถาบันไทยพัฒน์ &lt;br /&gt;คุณปิยเลขา ไหล่แท้ โทรศัพท์ 0-2930-5227 โทรสาร 0-2930-5228&lt;br /&gt;อีเมล info@thaipat.org&lt;/i&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-4579515277275241780?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/4579515277275241780'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/4579515277275241780'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_8017.html' title='สถาบันไทยพัฒน์ เปิดตัวข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติ ภาคเอกชน สนับสนุนการทำงานฟื้นฟูขององค์กรธุรกิจหลังน้ำลด'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-1813983768594913515</id><published>2011-12-06T01:11:00.000+07:00</published><updated>2011-12-06T01:11:28.590+07:00</updated><title type='text'>การหารือและผลักดันนโยบายรัฐ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;ระยะที่ 1: การช่วยเหลือ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การแจ้งองค์กรอื่น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้แน่ใจว่าผู้นำธุรกิจในองค์กรอื่น ได้รับการแจ้งข่าวเกี่ยวกับภัยพิบัติ และการเข้ามีส่วนร่วมช่วยเหลือในเหตุภัยพิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนได้เสีย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;หาเวลาในการพูดคุยกับผู้มีส่วนได้เสีย (ภาครัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชน) ถึงบทบาททางสังคมที่ธุรกิจและผู้นำธุรกิจ สามารถนำการสนับสนุนที่จำเป็นมาให้ สำหรับการช่วยเหลือในระยะดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;--------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;ระยะที่ 2: การบรรเทาทุกข์&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สื่อกลางและการสื่อสาร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ดำเนินการเน้นย้ำการสนับสนุนที่จำเป็นในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ใช้สื่อเผยแพร่และสื่อมวลชนในการทำให้เรื่องภัยพิบัติอยู่ในความสนใจ รวมทั้งสื่อสารให้เกิดแรงบันดาลใจต่อการดำเนินงานขององค์กรอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ขยายการดึงดูดเม็ดเงินกองทุน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เข้าร่วมกับหน่วยงานรัฐหรือองค์กรหาทุนอื่นๆ ในการกระตุ้นให้เกิดการสนับสนุนด้านการเงิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;--------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;ระยะที่ 3: การฟื้นฟู&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การตลาดเพื่อฟื้นอุปสงค์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;แม้จะถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่ายินดี หากจะมีข้อเสนอแนะในห้วงเวลาที่ความรู้สึกสูญเสียเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญในโอกาสแรกเริ่มที่ผู้นำในภาคอุตสาหกรรมจะร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศที่จะให้ความตระหนักถึงความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการรักษากิจกรรมที่มีอยู่ในระยะสั้นและการทำตลาดเพื่อฟื้นอุปสงค์ใหม่ๆ ในพื้นที่กับบริษัทนำเที่ยว นักลงทุน  สำนักงานท่องเที่ยว และสื่อมวลชน โดยโอกาสหนึ่งในการฟื้นฟูจะมาจากการทำให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ยังมีความอ่อนไหวสูงต่อความเสี่ยงต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สื่อ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่บริษัทจะใช้บทบาทการโน้มน้าวเพื่อให้แน่ใจว่าการรายงานข่าวในสื่อมีความแม่นยำ สมดุล ไม่นำเสนอเรื่องราวภัยพิบัติในแง่ลบจนผลักไสนักลงทุนและผู้มาเยือนให้จากไป ขณะที่ ด้านบวกของการฟื้นฟู การบริการ และการอนุรักษ์ ต้องได้รับการสื่อความออกไปอย่างมีประสิทธิผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สมาคมการค้า&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ผู้นำในภาคอุตสาหกรรมควรสร้างให้เกิดความมั่นใจว่า สมาคมการค้าของตนได้มีบทบาทในการฟื้นฟู การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และการบูรณะอย่างมีกลยุทธ์และมีประสิทธิผล รวมทั้งการจัดหาน้ำและการสุขาภิบาลที่สะอาดปลอดภัย ตลอดจนการช่วยอำนวยให้เกิดการมีส่วนร่วมข้ามอุตสาหกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;แนวร่วมการทำงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ (ซึ่งโดยสภาพจะมีความสำคัญ ถึงพร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพทางโลจิสติกส์) สามารถดำรงบทบาทหลักในการระบุตัวคู่ค้าทางธุรกิจที่จะทำงานเป็นแนวร่วมในรูปของคณะทำงานประสานงานเฉพาะกิจด้านธุรกิจของผู้ให้การสนับสนุน โดยมีจุดมุ่งหมายในการจัดการกับความท้าทายของการพัฒนาในระยะยาว ด้วยการใช้ทักษะการจัดการธุรกิจภาคปฏิบัติ ในช่วงการตื่นตัวต่อภัยพิบัติ กลยุทธ์ทางธุรกิจสามารถเติมเต็มการดำเนินงานของภาครัฐ ทั้งนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนธุรกิจในสาขาอาหารและเครื่องดื่ม การขนส่ง การสื่อสาร และบริการทางการเงิน ยังสามารถเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนกับอุตสาหกรรมในท้องถิ่นภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว ขณะที่บริษัทหลายแห่งสามารถขอรับความช่วยเหลือจากสำนักงานใหญ่ระหว่างประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การหารือระดับนานาชาติ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เข้าร่วมในการหารือระดับโลกในประเด็นที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อเพื่อการบูรณะ และระบบการจัดการภัยพิบัติ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การลงทุนจากต่างประเทศ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้การช่วยเหลือรัฐบาลและหน่วยงานอื่นของรัฐในการดึงและรักษาเม็ดเงินลงทุนจากในและต่างประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ความช่วยเหลือ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ผลักดันการเพิ่มความช่วยเหลือให้แก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การค้า&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ผลักดันให้มีการปรับปรุงช่องทางการส่งออกของประเทศที่ได้รับผลกระทบไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น OECD&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กรณีศึกษาของธุรกิจที่สร้างพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การฟื้นฟูและปกป้องชุมชนที่อ่อนไหวเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม และถือเป็นความท้าทายหลักในการพิสูจน์ผลสำเร็จของธุรกิจทั้งในระดับประเทศและในระดับนานาชาติ ที่มีต่อการเข้าร่วมดำเนินความช่วยเหลือท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความเชื่อมั่น และความรับผิดชอบต่อสังคมในโลกแห่งการมองในแง่ลบ เหตุการณ์ร้ายแรงจากภัยพิบัติอาจจะบรรเทาเบาบางลงได้หากภาคเอกชนลุกขึ้นมาเผชิญกับการท้าทายดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;สร้าง บำรุงรักษา และหมั่นตรวจตราความเป็นหุ้นส่วนที่บริษัทมีอยู่ เพื่อที่การจัดการภัยพิบัติจะมีความสอดคล้องต่อเนื่องนับตั้งแต่ระยะของการช่วยเหลือไปจนสู่ระยะของการฟื้นฟู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-1813983768594913515?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/1813983768594913515'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/1813983768594913515'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_9125.html' title='การหารือและผลักดันนโยบายรัฐ'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-7857704726784815296</id><published>2011-12-06T01:05:00.000+07:00</published><updated>2011-12-06T01:05:56.004+07:00</updated><title type='text'>การให้และกิจกรรมเพื่อสังคม</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;ระยะที่ 1: การช่วยเหลือ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การข่วยเหลือทางการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การสนับสนุนทางการเงินโดยบริษัท จะมีความจำเป็นสูงในระยะแรกและเป็นระยะเร่งด่วน โดยการบริจาคเงินจะเป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันมากในระยะนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บุคลากรทางการแพทย์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทที่มีบุคลากรทางการแพทย์ สามารถนำมาให้การช่วยเหลือในปฏิบัติการระยะนี้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;อาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่ได้รับผลกระทบ และอยู่ใกล้พื้นที่ประสบภัย สามารถใช้เป็นศูนย์อำนวยการ และ/หรือ ที่พักพิง สำหรับทีมช่วยเหลือ รวมทั้งการจัดหาบ้านสำเร็จรูปเคลื่อนย้ายได้ในกรณีที่จำเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่ม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทสามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นในการช่วยเหลือให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะน้ำดื่มและระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บริการทางการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ธนาคารสามารถยกเว้นค่าบริการด้านการเงิน และรับจัดการเม็ดเงินบริจาค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กิจการพลังงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทสามารถจัดหาเชื้อเพลิงโดยไม่คิดมูลค่า และการสนับสนุนด้านเทคนิค ให้แก่ทีมช่วยเหลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กิจการสาธารณูปโภค&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ระบบสื่อสารอาจใช้การไม่ได้ บริษัทซึ่งเชี่ยวชาญด้านระบบการสื่อสารเคลื่อนที่ สามารถจัดหาการสนับสนุนและอุปกรณ์ให้แก่ทีมช่วยเหลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ผู้ประกอบการด้านเภสัชกรรมและการดูแลสุขภาพ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทในสาขาเภสัชกรรมและการดูแลสุขภาพ สามารถบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ยาปฏิชีวนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การคมนาคม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทขนส่งและบริษัทอื่นๆ ที่มีเครือข่ายการกระจายสินค้า สามารถจัดหาการสนับสนุนด้านขนส่งเดินทางให้แก่ทีมช่วยเหลือ ทั้งทางบก (อาทิ รถบรรทุก รถขับเคลื่อนสี่ล้อ) และทางอากาศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บริการเฉพาะทาง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เช่น บริษัทรักษาความปลอดภัย สามารถจัดทีมกู้ภัยเข้าให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ผู้ประกอบการสิ่งทอ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทสามารถจัดหาเครื่องนุ่งห่ม ผ้าห่ม สำหรับการช่วยเหลือ และความต้องการฉุกเฉิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ช่องทางการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ความช่วยเหลือทางการเงินควรได้รับการจัดสรรสู่ช่องทางที่มีขั้นตอนการดำเนินงานชัดเจน หรือหากยังไม่มี ก็ควรส่งไปยังองค์กรในท้องถิ่นที่เข้าให้การช่วยเหลือโดยตรง องค์กรเหล่านี้เป็นได้ทั้งชุดช่วยเหลือในระดับท้องถิ่น ระดับสากล และองค์กรพัฒนาเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เงินบริจาค ควรพิจารณามอบให้แก่หน่วยงานที่มีการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่และมีประวัติการทำงานที่น่าเชื่อถือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ทีมเผชิญเหตุฉุกเฉิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทบางแห่ง มีทีมเผชิญเหตุฉุกเฉิน ซึ่งสามารถพร้อมเข้าให้ความช่วยเหลือร่วมกับหน่วยกู้ภัย บริษัทในอุตสาหกรรมก่อสร้างและขุดเจาะ มักจะมีความพร้อมในปฏิบัติการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;--------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;ระยะที่ 2: การบรรเทาทุกข์&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การดำเนินการสนับสนุนทางการเงินต่อ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ผลกระทบจากภัยพิบัติจะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นในระยะนี้ และการดำเนินสนับสนุนด้านการเงินต่อจากระยะแรก ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การบริจาคสินค้าและบริการ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การดำเนินการบริจาคสินค้า บริการ และทรัพยากรที่ยังคงความต้องการต่อไป อาทิ ปัจจัยทางการแพทย์  เต็นท์หรือที่พัก ระบบหรือชุดผลิตน้ำบริสุทธิ์  เชื้อเพลิง และน้ำดื่ม เช่นที่เคยให้ในระยะแรก แต่ด้วยความเข้าอกเข้าใจและเห็นความต้องการในสิ่งบรรเทาทุกข์ที่ชัดเจนขึ้น ปริมาณสิ่งของที่ต้องการอาจเพิ่มจำนวนขึ้นในระยะนี้ และอาจขยายครอบคลุมไปถึงอาหาร เสื้อผ้า และของใช้จำเป็นในครัวเรือนอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การหาแนวร่วมทำงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทจำเป็นต้องหาหุ้นส่วนและธุรกิจที่ทรงประสิทธิผลไว้เป็นแนวร่วมทำงานให้ได้อย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้ใช้อาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย หรือคลังเก็บฉุกเฉินต่อเนื่องจากระยะแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;โลจิสติกส์และขนส่งสำหรับกระจายสินค้า&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้การสนับสนุนและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการกระจายสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น (ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ) จัดการสนับสนุนทางโลจิสติกส์และสิ่งอำนวยความสะดวกในการยังชีพ ให้แก่องค์กรบรรเทาทุกข์ในการรับมือกับผู้ได้รับบาดแผลหลังเหตุการณ์ รวมทั้งการบริหารและความช่วยเหลือทางโลจิสติกส์ที่เพิ่มกำลังในภารกิจการบรรเทาทุกข์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ความต้องการขั้นพื้นฐาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานจะต้องถูกลำเลียงส่งมอบให้อยู่ในระดับที่เพียงพอสม่ำเสมอต่อการยังชีพ เช่น การจัดหาน้ำบริสุทธิ์ การอนามัยอาหาร และการติดต่อสื่อสาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การให้บริการและความรู้เฉพาะทาง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดให้มีบริการและการให้ความรู้เฉพาะทาง เนื่องจากองค์กรบรรเทาทุกข์อาจต้องการผู้ชำนาญเฉพาะทางในสาขาโทรคมนาคม การซ่อมแซมที่พักอาศัย การก่อสร้าง การทำความสะอาด การบัญชี การรักษาความปลอดภัย และการกระจายสิ่งของ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;--------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;ระยะที่ 3: การฟื้นฟู&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คำแนะนำทางธุรกิจ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การจัดให้มีคำแนะนำทางธุรกิจที่จำเป็นต่อการอยู่รอด การไกล่เกลี่ยด้านประกันภัยในส่วนที่เกี่ยวข้อง กลยุทธ์การกอบกู้ธุรกิจ การซ่อมแซมท่าเข้า/ออกและโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาโครงข่ายความช่วยเหลือจากนอกพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียง และการให้สินเชื่อรายย่อย จะกลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่นที่ซึ่งบริษัทดำเนินงานและให้บริการอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บริการทางการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ธนาคารควรทบทวนเงื่อนไขและการสนับสนุนด้านการเงินที่ทำไว้กับวิสาหกิจและชุมชนในท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;แนวร่วมการทำงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ริเริ่มการทำงานประสานระหว่างคู่ค้าในธุรกิจและกับบริษัทที่ใหญ่กว่า เพื่อสร้างแนวร่วมการทำงานในรูปของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านธุรกิจในระดับชุมชน โดยจัดการกับความท้าทายของการพัฒนาในระยะยาว ด้วยการใช้ทักษะการจัดการธุรกิจในภาคปฏิบัติ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การสร้างความสัมพันธ์ให้แข้มแข็ง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;สร้างเสริมความสัมพันธ์และบทเรียนขึ้นจากการดำเนินงานในสองระยะแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้ใช้อาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่อ สำหรับการฝึกอบรมหรือการพัฒนาทางธุรกิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บริการทางการศึกษา&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทสามารถทำงานกับภาครัฐและหน่วยงานอื่นของรัฐในการให้บริการด้านการเรียนการสอน ในระหว่างการซ่อมแซมโรงเรียนที่ได้รับความเสียหาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การพัฒนาศักยภาพชุมชน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพชุมชน และการลงทุนในการพัฒนาผู้นำชุมชน และผู้ประกอบการสังคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การฝึกอบรม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ฝึกอบรมทักษะทางด้านเทคนิคในการฟื้นฟูและการจัดการภัยพิบัติในท้องถิ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ธุรกิจขนาดย่อม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ริเริ่มและให้การสนับสนุนแผนการให้สินเชื่อรายย่อย ตลอดจนการสนับสนุนธุรกิจขนาดย่อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การสนับสนุนทางการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ดำเนินการสนับสนุนด้านการเงิน และการสนับสนุนโดยวิธีอื่น ต่อจากระยะก่อนหน้า เช่น การอาสา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การบริจาคสินค้า&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ดำเนินการบริจาคสินค้าในที่ซึ่งมีความต้องการ ต่อจากระยะก่อนหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การอุปถัมภ์ชุมชน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การพัฒนาแนวใหม่สำหรับองค์กรธุรกิจ องค์กรให้ความช่วยเหลือ และบุคคลที่ต้องการให้การอุปถัมภ์ชุมชน โดยมีแบบแผนให้องค์กรหรือกลุ่มบุคคลรับภาระทางการเงินในการซ่อมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ที่พักอาศัย และช่วยเหลือฟื้นฟูวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ รวมทั้งการให้หลักประกันในการสนับสนุนระยะยาวแก่พื้นที่ประสบภัย แม้จะเป็นการเปิดโอกาสให้พื้นที่ซึ่งได้รับความทุกข์ยากกว่า ได้รับเงินทุนช่วยเหลือที่เพียงพอสำหรับใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นด้วย ทั้งนี้ ธุรกิจควรตระหนักว่า ไม่เพียงแต่ความรับผิดชอบที่จะเกิดขึ้นในส่วนนี้ ธุรกิจยังต้องคำนึงถึงการปฏิบัติตามแนวทางของแต่ละประเทศและในแต่ละท้องถิ่น ก่อนที่จะให้การอุปถัมภ์ชุมชนใดชุมชนหนึ่งด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-7857704726784815296?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7857704726784815296'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7857704726784815296'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_06.html' title='การให้และกิจกรรมเพื่อสังคม'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-5140158278283855351</id><published>2011-12-05T17:26:00.001+07:00</published><updated>2011-12-05T17:29:08.863+07:00</updated><title type='text'>การดำเนินผ่านกระบวนงานองค์กร</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;ระยะที่ 1: การช่วยเหลือ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ความปลอดภัยของบุคลากร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การทราบตำแหน่งที่อยู่ของบุคลากรเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยเฉพาะกับบุคลากรที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย หรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ประสบภัย ที่องค์กรต้องตัดสินใจดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดในการเคลื่อนย้ายหรืออพยพ การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบต่อบุคลากรจะเป็นประโยชน์ต่อการให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การมีส่วนร่วมของพนักงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;พนักงานจะเป็นบุคลากรที่สามารถเข้าร่วมในปฏิบัติการช่วยเหลือ โดยการสนับสนุนขององค์กร ตั้งแต่การให้เงินช่วยเหลือสมทบ การเชื่อมโยงทางเว็บไซต์ไปยังหน่วยกู้ภัยเพื่อร่วมบริจาค การให้วันหยุดพนักงานเพื่อจัดกิจกรรมระดมทุน หรือการเปิดระบบบริจาคโดยการหักบัญชีเงินเดือนพนักงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ลูกค้าและผู้ส่งมอบ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้ส่งมอบ สนับสนุนด้วยการระดมเงินช่วยเหลือ ผ่านทางการใช้แต้มสะสม หรือการบริจาคในอัตราร้อยละของค่าสินค้าที่จำหน่าย หรือกิจกรรมระดมทุนร่วมระหว่างองค์กร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การประเมินผลกระทบภายในองค์กร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การสื่อสารในองค์กรกับบุคลากร และกับหน่วยประกอบการที่ได้รับผลกระทบ จะช่วยให้องค์กรสามารถประเมินผลกระทบความเสียหาย และความจำเป็นในการช่วยเหลือให้แก่ทีมช่วยเหลือ ข้อมูลที่สำคัญอย่างเช่น พื้นที่ และจำนวนบุคลากรที่ได้รับผลกระทบ จะเป็นประโยชน์ต่อทีมเผชิญเหตุภัยพิบัติในพื้นที่ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการดำเนินความช่วยเหลือร่วมกับบริษัทอื่น สามารถล่วงรู้ข้อมูลที่จำเป็นในภาคสนาม เช่น ระดับการเข้าถึงของหน่วยกู้ภัยและหน่วยปฏิบัติการอื่นๆ ในพื้นที่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;--------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;ระยะที่ 2: การบรรเทาทุกข์&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การประเมินความเสียหาย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บทบาทของภาคเอกชน ไม่เพียงแต่จะประเมินค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธุรกิจของตนเองเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยเหลือประเมินค่าความเสียหายให้แก่บริษัทห้างร้านขนาดเล็ก รวมทั้งบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจของตนได้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การดูแลบุคลากร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทั้งทางตรงและทางอ้อม ควรได้รับการดูแลจากองค์กร ให้ได้รับคำแนะนำหรือคำปรึกษา เพื่อบรรเทาผลกระทบทั้งทางด้านกายภาพและทางด้านจิตใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ลูกค้าและผู้ส่งมอบ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เสนอการสนับสนุนให้แก่ผู้ส่งมอบและลูกค้าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การอาสาจากพนักงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เสนอโอกาสการทำงานอาสาแก่พนักงาน ไม่เฉพาะการทำงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำงานกับหน่วยบรรเทาทุกข์และองค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่อื่นซึ่งบริษัทประกอบการอยู่ เช่น ร้านค้าการกุศลในท้องถิ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;--------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;ระยะที่ 3: การฟื้นฟู&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การเยียวยาบุคลากร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้การดูแลบุคลากรเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ ที่อาจขยายรวมถึงในสายอุปทาน และชุมชนในวงกว้าง ที่ซึ่งบริษัทมีถิ่นที่ตั้งดำเนินการอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ความมั่นคงในตำแหน่งงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การขาดความมั่นคงจะเป็นประเด็นใหญ่ หากบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ เกิดความไม่แน่ใจต่ออนาคตข้างหน้า การสนับสนุนและการวางแผนเป็นสิ่งจำเป็นในการให้ความมั่นใจแก่บุคลากรในส่วนของอาชีพและรายได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การวางแผนและซ่อมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การวางแผนและเริ่มต้นซ่อมสร้างควรดำเนินการโดยทันทีที่โอกาสอำนวย เนื่องจากในหลายกรณี เศรษฐกิจในท้องถิ่นจะอิงอยู่กับการฟื้นตัวของบริษัทขนาดใหญ่ และจะเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกที่มีน้ำหนักไปยังภาคส่วนอื่นๆ ต่อการเป็นประเทศหรือพื้นที่เป้าหมายของการลงทุนและการจับจองทางธุรกิจ แม้จะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ผู้ส่งมอบ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ในกรณีที่ผู้ส่งมอบไม่มีรายรับ เนื่องจากความสูญเสียในธุรกิจ การปรับรื้อข้อตกลงเดิมทางธุรกิจ อาทิ การให้เงินทุนเฉพาะหน้า การปรับโครงสร้างสัญญา ฯลฯ อาจมีความจำเป็นต้องดำเนินการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สินค้าคงคลัง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ธุรกิจขนาดเล็กที่ได้รับสินค้าจากบริษัท อาจสูญสินค้าคงคลังและไม่มีประกัน ในอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค บริษัทอาจจำเป็นต้องเติมสินค้าใหม่ให้โดยไม่คิดมูลค่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การชำระเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้แน่ใจว่า ได้ดำเนินการชำระเงินคงค้างให้แก่ผู้ส่งมอบ คู่สัญญา ในทุกรายการ เนื่องจากรายรับที่เจ้าหนี้เหล่านี้ได้รับ จะมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของธุรกิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การจ้างงานในท้องถิ่น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ในการซ่อมสร้างโครงสร้างพื้นฐานและในกรณีอื่นๆ ที่มีความต้องการใช้ทรัพยากรบุคคลชั่วคราว ให้ว่าจ้างคนในท้องถิ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การอุดหนุนธุรกิจท้องถิ่น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ใช้บริการผู้ส่งมอบและช่องทางกระจายสินค้าในระดับท้องถิ่นก่อนเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมทั้งการช่วยเหลือตามมาตรการสนับสนุนช่วยเหลือธุรกิจ อาทิ การให้สินเชื่อรายย่อย หรือแผนช่วยเหลือพัฒนาวิสาหกิจในด้านอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สินค้าและบริการตามกำลังซื้อของคนในชุมชน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดหาสินค้าและบริการจำหน่ายตามกำลังซื้อของคนในชุมชน อาทิ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการ ในช่วงเวลาของการฟื้นฟู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กิจการสาธารณูปโภค&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เข้ามีส่วนร่วมในความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน ในการฟื้นบริการขั้นพื้นฐานให้กลับเป็นปกติ และเพิ่มการเข้าถึงน้ำสะอาด พลังงาน และบริการโทรคมนาคมต่างๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สถาบันการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดหาบริการเฉพาะทาง เช่น บริการสินเชื่อรายย่อย หรือสินเชื่อวงเงินต่ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สถานที่ทำงานและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;นอกจากจะเป็นบทบาทของผู้ประกอบการในสาขาเภสัชกรรมโดยตรงแล้ว บริษัทอื่นๆ ที่ดำเนินงานอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ยังสามารถดำเนินแผนงานในสถานที่ทำงาน ที่เกี่ยวกับการจัดหาเวชภัณฑ์ที่จำเป็น รวมทั้งการบำบัด และการดูแลรักษาในระยะของการฟื้นฟูด้วยได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-5140158278283855351?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/5140158278283855351'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/5140158278283855351'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_5434.html' title='การดำเนินผ่านกระบวนงานองค์กร'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-7460994111616520289</id><published>2011-12-05T13:39:00.006+07:00</published><updated>2011-12-05T14:03:34.326+07:00</updated><title type='text'>ภาพรวม: บทบาทภาคเอกชน</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;องค์กรส่วนใหญ่ที่มีแหล่งดำเนินงานในพื้นที่ประสบเหตุ สามารถดำรงบทบาทในการพัฒนา การประสานงานและการจัดการภัยพิบัติ โดยบริษัทใหญ่ๆ มักจะมุ่งที่การดำเนินงานและปฏิบัติการในระดับมหภาค ขณะที่บริษัทท้องถิ่นซึ่งมีขนาดเล็กกว่า จะดำเนินความช่วยเหลือที่เป็นการซ่อมสร้างเศรษฐกิจในระดับชุมชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความใกล้ชิดกับชุมชนท้องถิ่น จะทำให้บริษัทเล็กๆ สามารถมีบทบาทนำในระยะของการช่วยเหลือและการบรรเทาทุกข์ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลกระทบจากภัยพิบัติที่มีต่อกิจการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาคธุรกิจ สามารถให้ความช่วยเหลือ ภายใต้ขอบข่ายที่ดำเนินการได้ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="3" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;การดำเนินผ่านกระบวนงานหลักทางธุรกิจ ในสถานประกอบการ ในช่องทางการตลาด และในสายอุปทาน&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;การให้และกิจกรรมเพื่อสังคม ภายในชุมชนที่ธุรกิจดำเนินงานอยู่&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;การเข้าร่วมหารือและผลักดันในนโยบายสาธารณะต่างๆ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="separator" style="clear: both; text-align: center;"&gt;&lt;a href="http://www.virtualdepots.com/thaidrn/images/business-response2.jpg" imageanchor="1" style="margin-left:1em; margin-right:1em"&gt;&lt;img border="0" height="283" width="400" src="http://2.bp.blogspot.com/-pIImHNPUerc/TtxkytrdFqI/AAAAAAAAAAc/4FiyKmBD8NE/s400/business-response.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;การดำเนินงานขององค์กรต่อการจัดการภัยพิบัติ&lt;sup&gt;1&lt;/sup&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;แก่นธุรกิจและทรัพยากรที่องค์กรมีอยู่ ถือเป็นหัวใจหลักของการทำงาน เป็นตัวกำหนดทิศทาง และลักษณะของการเข้าให้ความช่วยเหลือร่วมกับภาคส่วนอื่นๆ ต่อการรับมือภัยพิบัติ การพิจารณาโอกาสในสถานประกอบการ ในช่องทางการตลาด และในสายอุปทาน เช่น การบริจาค และการอาสาในหมู่พนักงาน ซึ่งมักจะเป็นกิจกรรมแรกๆ ที่เกิดขึ้นในระยะของการช่วยเหลือและการบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการซ่อมสร้างเศรษฐกิจในชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนการทำงานกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อชักนำให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานร่วมกันและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ซึ่งบทบาทหลังนี้ จะสามาถขยายผลด้วยการแสดงคำมั่นอย่างจริงจังต่อการช่วยเหลือ การบรรเทาทุกข์ และการบูรณะทางเศรษฐกิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมาคมการค้า สภาอุตสาหกรรม หอการค้า และการรวมตัวในรูปแบบอื่นๆ จะมีบทบาทสำคัญจำเพาะในการรับมือกับประเด็นความท้าทายที่อยู่เกินขอบเขต อำนาจ และความสามารถในการทำงานของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง การรวมกลุ่มทำงาน สามารถเป็นได้ทั้งธุรกิจกับธุรกิจ ธุรกิจกับรัฐ ธุรกิจกับประชาสังคม หรือผสมผสานระหว่างกลุ่มเหล่านี้ การทำงานวิถีกลุ่ม (Collective Action) เช่นนี้ จะช่วยเพิ่มกำลังและความชอบธรรมในการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในการเผชิญความท้าทายระหว่างและหลังการเกิดภัยพิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความช่วยเหลือจำเพาะที่แต่ละบริษัทและแต่ละสมาคมธุรกิจมีต่อการรับมือภัยพิบัติ ไม่เพียงขึ้นอยู่กับระยะของการจัดการภัยพิบัติ (การช่วยเหลือ การบรรเทาทุกข์ หรือการฟื้นฟู) แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ&lt;br /&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="3" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;สาขาอุตสาหกรรม และชนิดของสินค้า บริการ ทรัพยากร และทักษะที่มีอยู่&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;รูปแบบ ขนาด และโครงสร้างผู้ถือหุ้นของธุรกิจ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;ถิ่นที่ตั้ง ที่ต้องคำนึงถึงการดำเนินงานของทั้งสำนักงานใหญ่และสำนักงานในท้องถิ่น นอกเหนือจากประเด็นทางวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;จำนวนบริษัทที่เกี่ยวข้อง อาทิ การคำนึงถึงการดำเนินงานเฉพาะองค์กรในห่วงโซ่ธุรกิจของตนเอง หรือผ่านมูลนิธิที่องค์กรจัดตั้งขึ้น หรือร่วมกับบริษัทอื่น ภาคีอื่น เช่น รัฐบาล องค์กรพัฒนาเอกชน ฯลฯ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ จะมีความเกี่ยวเนื่องกับบริษัท ตามบริบท ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="3" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;บริษัทที่มีแหล่งดำเนินงานโดยตรงในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;บริษัทที่มีการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;บริษัทที่มีสายปัจจัยการผลิตและการกระจายสินค้าในพื้นที่&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;บริษัทที่มีการเคลื่อนย้ายพนักงานซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ แม้จะมิได้ส่งผลกับธุรกิจโดยตรง&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;--------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-size:70%;"&gt;&lt;sup&gt;1&lt;/sup&gt;  Sources: Nelson, J. Building Partnerships. UN and IBLF, 2002 and Nelson, J. Business as Partners in Development, IBLF, UNDP And World Bank, 1996.&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/font&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-7460994111616520289?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7460994111616520289'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7460994111616520289'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_05.html' title='ภาพรวม: บทบาทภาคเอกชน'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-pIImHNPUerc/TtxkytrdFqI/AAAAAAAAAAc/4FiyKmBD8NE/s72-c/business-response.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-6536404232974372335</id><published>2011-12-02T17:23:00.003+07:00</published><updated>2011-12-06T01:22:15.780+07:00</updated><title type='text'>กลยุทธ์การฟื้นฟู (Recovery)</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;กลยุทธ์การฟื้นฟู (Recovery) ในระยะยาว จะมุ่งเน้นที่การซ่อมสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย การฟื้นสภาพความเป็นอยู่ให้กลับเข้าสู่ระดับที่เป็นปกติ รวมทั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สิ่งท้าทายสำคัญของกลยุทธ์การฟื้นฟูในการที่จะคงสภาพการดำรงอยู่ของครัวเรือน นักธุรกิจขนาดเล็ก และแรงงานในโรงงานให้ดำเนินต่อไปได้ คือ การเชื่อมโยงไปสู่ความสามารถในการพึ่งตนเองในระยะยาวและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การดำเนินผ่านกระบวนงานองค์กร&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การเยียวยาบุคลากร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้การดูแลบุคลากรเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ ที่อาจขยายรวมถึงในสายอุปทาน และชุมชนในวงกว้าง ที่ซึ่งบริษัทมีถิ่นที่ตั้งดำเนินการอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ความมั่นคงในตำแหน่งงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การขาดความมั่นคงจะเป็นประเด็นใหญ่ หากบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ เกิดความไม่แน่ใจต่ออนาคตข้างหน้า การสนับสนุนและการวางแผนเป็นสิ่งจำเป็นในการให้ความมั่นใจแก่บุคลากรในส่วนของอาชีพและรายได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การวางแผนและซ่อมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การวางแผนและเริ่มต้นซ่อมสร้างควรดำเนินการโดยทันทีที่โอกาสอำนวย เนื่องจากในหลายกรณี เศรษฐกิจในท้องถิ่นจะอิงอยู่กับการฟื้นตัวของบริษัทขนาดใหญ่ และจะเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกที่มีน้ำหนักไปยังภาคส่วนอื่นๆ ต่อการเป็นประเทศหรือพื้นที่เป้าหมายของการลงทุนและการจับจองทางธุรกิจ แม้จะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ผู้ส่งมอบ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ในกรณีที่ผู้ส่งมอบไม่มีรายรับ เนื่องจากความสูญเสียในธุรกิจ การปรับรื้อข้อตกลงเดิมทางธุรกิจ อาทิ การให้เงินทุนเฉพาะหน้า การปรับโครงสร้างสัญญา ฯลฯ อาจมีความจำเป็นต้องดำเนินการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สินค้าคงคลัง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ธุรกิจขนาดเล็กที่ได้รับสินค้าจากบริษัท อาจสูญสินค้าคงคลังและไม่มีประกัน ในอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค บริษัทอาจจำเป็นต้องเติมสินค้าใหม่ให้โดยไม่คิดมูลค่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การชำระเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้แน่ใจว่า ได้ดำเนินการชำระเงินคงค้างให้แก่ผู้ส่งมอบ คู่สัญญา ในทุกรายการ เนื่องจากรายรับที่เจ้าหนี้เหล่านี้ได้รับ จะมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของธุรกิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การจ้างงานในท้องถิ่น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ในการซ่อมสร้างโครงสร้างพื้นฐานและในกรณีอื่นๆ ที่มีความต้องการใช้ทรัพยากรบุคคลชั่วคราว ให้ว่าจ้างคนในท้องถิ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การอุดหนุนธุรกิจท้องถิ่น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ใช้บริการผู้ส่งมอบและช่องทางกระจายสินค้าในระดับท้องถิ่นก่อนเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมทั้งการช่วยเหลือตามมาตรการสนับสนุนช่วยเหลือธุรกิจ อาทิ การให้สินเชื่อรายย่อย หรือแผนช่วยเหลือพัฒนาวิสาหกิจในด้านอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สินค้าและบริการตามกำลังซื้อของคนในชุมชน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดหาสินค้าและบริการจำหน่ายตามกำลังซื้อของคนในชุมชน อาทิ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการ ในช่วงเวลาของการฟื้นฟู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กิจการสาธารณูปโภค&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เข้ามีส่วนร่วมในความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน ในการฟื้นบริการขั้นพื้นฐานให้กลับเป็นปกติ และเพิ่มการเข้าถึงน้ำสะอาด พลังงาน และบริการโทรคมนาคมต่างๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สถาบันการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดหาบริการเฉพาะทาง เช่น บริการสินเชื่อรายย่อย หรือสินเชื่อวงเงินต่ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สถานที่ทำงานและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;นอกจากจะเป็นบทบาทของผู้ประกอบการในสาขาเภสัชกรรมโดยตรงแล้ว บริษัทอื่นๆ ที่ดำเนินงานอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ยังสามารถดำเนินแผนงานในสถานที่ทำงาน ที่เกี่ยวกับการจัดหาเวชภัณฑ์ที่จำเป็น รวมทั้งการบำบัด และการดูแลรักษาในระยะของการฟื้นฟูด้วยได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;--------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การให้และกิจกรรมเพื่อสังคม&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คำแนะนำทางธุรกิจ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การจัดให้มีคำแนะนำทางธุรกิจที่จำเป็นต่อการอยู่รอด การไกล่เกลี่ยด้านประกันภัยในส่วนที่เกี่ยวข้อง กลยุทธ์การกอบกู้ธุรกิจ การซ่อมแซมท่าเข้า/ออกและโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาโครงข่ายความช่วยเหลือจากนอกพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียง และการให้สินเชื่อรายย่อย จะกลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่นที่ซึ่งบริษัทดำเนินงานและให้บริการอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บริการทางการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ธนาคารควรทบทวนเงื่อนไขและการสนับสนุนด้านการเงินที่ทำไว้กับวิสาหกิจและชุมชนในท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;แนวร่วมการทำงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ริเริ่มการทำงานประสานระหว่างคู่ค้าในธุรกิจและกับบริษัทที่ใหญ่กว่า เพื่อสร้างแนวร่วมการทำงานในรูปของคณะทำงานเฉพาะกิจด้านธุรกิจในระดับชุมชน โดยจัดการกับความท้าทายของการพัฒนาในระยะยาว ด้วยการใช้ทักษะการจัดการธุรกิจในภาคปฏิบัติ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การสร้างความสัมพันธ์ให้แข้มแข็ง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;สร้างเสริมความสัมพันธ์และบทเรียนขึ้นจากการดำเนินงานในสองระยะแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้ใช้อาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่อ สำหรับการฝึกอบรมหรือการพัฒนาทางธุรกิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บริการทางการศึกษา&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทสามารถทำงานกับภาครัฐและหน่วยงานอื่นของรัฐในการให้บริการด้านการเรียนการสอน ในระหว่างการซ่อมแซมโรงเรียนที่ได้รับความเสียหาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การพัฒนาศักยภาพชุมชน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพชุมชน และการลงทุนในการพัฒนาผู้นำชุมชน และผู้ประกอบการสังคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การฝึกอบรม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ฝึกอบรมทักษะทางด้านเทคนิคในการฟื้นฟูและการจัดการภัยพิบัติในท้องถิ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ธุรกิจขนาดย่อม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ริเริ่มและให้การสนับสนุนแผนการให้สินเชื่อรายย่อย ตลอดจนการสนับสนุนธุรกิจขนาดย่อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การสนับสนุนทางการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ดำเนินการสนับสนุนด้านการเงิน และการสนับสนุนโดยวิธีอื่น ต่อจากระยะก่อนหน้า เช่น การอาสา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การบริจาคสินค้า&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ดำเนินการบริจาคสินค้าในที่ซึ่งมีความต้องการ ต่อจากระยะก่อนหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การอุปถัมภ์ชุมชน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การพัฒนาแนวใหม่สำหรับองค์กรธุรกิจ องค์กรให้ความช่วยเหลือ และบุคคลที่ต้องการให้การอุปถัมภ์ชุมชน โดยมีแบบแผนให้องค์กรหรือกลุ่มบุคคลรับภาระทางการเงินในการซ่อมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ที่พักอาศัย และช่วยเหลือฟื้นฟูวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ รวมทั้งการให้หลักประกันในการสนับสนุนระยะยาวแก่พื้นที่ประสบภัย แม้จะเป็นการเปิดโอกาสให้พื้นที่ซึ่งได้รับความทุกข์ยากกว่า ได้รับเงินทุนช่วยเหลือที่เพียงพอสำหรับใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นด้วย ทั้งนี้ ธุรกิจควรตระหนักว่า ไม่เพียงแต่ความรับผิดชอบที่จะเกิดขึ้นในส่วนนี้ ธุรกิจยังต้องคำนึงถึงการปฏิบัติตามแนวทางของแต่ละประเทศและในแต่ละท้องถิ่น ก่อนที่จะให้การอุปถัมภ์ชุมชนใดชุมชนหนึ่งด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;--------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การหารือและผลักดันนโยบายรัฐ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การตลาดเพื่อฟื้นอุปสงค์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;แม้จะถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่ายินดี หากจะมีข้อเสนอแนะในห้วงเวลาที่ความรู้สึกสูญเสียเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญในโอกาสแรกเริ่มที่ผู้นำในภาคอุตสาหกรรมจะร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศที่จะให้ความตระหนักถึงความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการรักษากิจกรรมที่มีอยู่ในระยะสั้นและการทำตลาดเพื่อฟื้นอุปสงค์ใหม่ๆ ในพื้นที่กับบริษัทนำเที่ยว นักลงทุน  สำนักงานท่องเที่ยว และสื่อมวลชน โดยโอกาสหนึ่งในการฟื้นฟูจะมาจากการทำให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ยังมีความอ่อนไหวสูงต่อความเสี่ยงต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สื่อ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่บริษัทจะใช้บทบาทการโน้มน้าวเพื่อให้แน่ใจว่าการรายงานข่าวในสื่อมีความแม่นยำ สมดุล ไม่นำเสนอเรื่องราวภัยพิบัติในแง่ลบจนผลักไสนักลงทุนและผู้มาเยือนให้จากไป ขณะที่ ด้านบวกของการฟื้นฟู การบริการ และการอนุรักษ์ ต้องได้รับการสื่อความออกไปอย่างมีประสิทธิผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สมาคมการค้า&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ผู้นำในภาคอุตสาหกรรมควรสร้างให้เกิดความมั่นใจว่า สมาคมการค้าของตนได้มีบทบาทในการฟื้นฟู การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และการบูรณะอย่างมีกลยุทธ์และมีประสิทธิผล รวมทั้งการจัดหาน้ำและการสุขาภิบาลที่สะอาดปลอดภัย ตลอดจนการช่วยอำนวยให้เกิดการมีส่วนร่วมข้ามอุตสาหกรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;แนวร่วมการทำงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ (ซึ่งโดยสภาพจะมีความสำคัญ ถึงพร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพทางโลจิสติกส์) สามารถดำรงบทบาทหลักในการระบุตัวคู่ค้าทางธุรกิจที่จะทำงานเป็นแนวร่วมในรูปของคณะทำงานประสานงานเฉพาะกิจด้านธุรกิจของผู้ให้การสนับสนุน โดยมีจุดมุ่งหมายในการจัดการกับความท้าทายของการพัฒนาในระยะยาว ด้วยการใช้ทักษะการจัดการธุรกิจภาคปฏิบัติ ในช่วงการตื่นตัวต่อภัยพิบัติ กลยุทธ์ทางธุรกิจสามารถเติมเต็มการดำเนินงานของภาครัฐ ทั้งนี้ ผู้เป็นหุ้นส่วนธุรกิจในสาขาอาหารและเครื่องดื่ม การขนส่ง การสื่อสาร และบริการทางการเงิน ยังสามารถเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนกับอุตสาหกรรมในท้องถิ่นภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว ขณะที่บริษัทหลายแห่งสามารถขอรับความช่วยเหลือจากสำนักงานใหญ่ระหว่างประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การหารือระดับนานาชาติ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เข้าร่วมในการหารือระดับโลกในประเด็นที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อเพื่อการบูรณะ และระบบการจัดการภัยพิบัติ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การลงทุนจากต่างประเทศ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้การช่วยเหลือรัฐบาลและหน่วยงานอื่นของรัฐในการดึงและรักษาเม็ดเงินลงทุนจากในและต่างประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ความช่วยเหลือ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ผลักดันการเพิ่มความช่วยเหลือให้แก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การค้า&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ผลักดันให้มีการปรับปรุงช่องทางการส่งออกของประเทศที่ได้รับผลกระทบไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น OECD&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กรณีศึกษาของธุรกิจที่สร้างพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การฟื้นฟูและปกป้องชุมชนที่อ่อนไหวเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาและความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม และถือเป็นความท้าทายหลักในการพิสูจน์ผลสำเร็จของธุรกิจทั้งในระดับประเทศและในระดับนานาชาติ ที่มีต่อการเข้าร่วมดำเนินความช่วยเหลือท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความเชื่อมั่น และความรับผิดชอบต่อสังคมในโลกแห่งการมองในแง่ลบ เหตุการณ์ร้ายแรงจากภัยพิบัติอาจจะบรรเทาเบาบางลงได้หากภาคเอกชนลุกขึ้นมาเผชิญกับการท้าทายดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;สร้าง บำรุงรักษา และหมั่นตรวจตราความเป็นหุ้นส่วนที่บริษัทมีอยู่ เพื่อที่การจัดการภัยพิบัติจะมีความสอดคล้องต่อเนื่องนับตั้งแต่ระยะของการช่วยเหลือไปจนสู่ระยะของการฟื้นฟู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-6536404232974372335?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/6536404232974372335'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/6536404232974372335'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/recovery.html' title='กลยุทธ์การฟื้นฟู (Recovery)'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-8201997665268628312</id><published>2011-12-02T17:22:00.002+07:00</published><updated>2011-12-06T01:20:05.851+07:00</updated><title type='text'>กลยุทธ์การบรรเทาทุกข์ (Relief)</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;กลยุทธ์การบรรเทาทุกข์ (Relief) ในช่วงกลาง จะมุ่งเน้นที่การประเมินความเสียหาย และการติดต่อประสานงานในพื้นที่เพื่อให้ได้รับสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับการยังชีพ ไปยังหน่วยบรรเทาสาธารณภัยของทางการและที่เป็นสากล อาทิ การจัดหาน้ำบริสุทธิ์ การอนามัยอาหารให้ถูกสุขลักษณะ การจัดศูนย์ดูแลและพักพิง โดยการดำเนินงานในระยะนี้ ยังรวมถึงการจัดหาการติดต่อสื่อสาร โลจิสติกส์ การช่วยเหลือซ่อมแซมสาธารณูปโภคพื้นฐาน การเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลที่ขาดความช่วยเหลือ การรวบรวมข่าวสารสำคัญด้านประชากร ความเสียหาย ความเสี่ยงต่อสุขภาพ ตลอดจนสถานการณ์โดยรวม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การดำเนินผ่านกระบวนงานองค์กร&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การประเมินความเสียหาย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บทบาทของภาคเอกชน ไม่เพียงแต่จะประเมินค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธุรกิจของตนเองเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยเหลือประเมินค่าความเสียหายให้แก่บริษัทห้างร้านขนาดเล็ก รวมทั้งบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจของตนได้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การดูแลบุคลากร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทั้งทางตรงและทางอ้อม ควรได้รับการดูแลจากองค์กร ให้ได้รับคำแนะนำหรือคำปรึกษา เพื่อบรรเทาผลกระทบทั้งทางด้านกายภาพและทางด้านจิตใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ลูกค้าและผู้ส่งมอบ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เสนอการสนับสนุนให้แก่ผู้ส่งมอบและลูกค้าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การอาสาจากพนักงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เสนอโอกาสการทำงานอาสาแก่พนักงาน ไม่เฉพาะการทำงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำงานกับหน่วยบรรเทาทุกข์และองค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่อื่นซึ่งบริษัทประกอบการอยู่ เช่น ร้านค้าการกุศลในท้องถิ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;--------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การให้และกิจกรรมเพื่อสังคม&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การดำเนินการสนับสนุนทางการเงินต่อ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ผลกระทบจากภัยพิบัติจะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นในระยะนี้ และการดำเนินสนับสนุนด้านการเงินต่อจากระยะแรก ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การบริจาคสินค้าและบริการ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การดำเนินการบริจาคสินค้า บริการ และทรัพยากรที่ยังคงความต้องการต่อไป อาทิ ปัจจัยทางการแพทย์  เต็นท์หรือที่พัก ระบบหรือชุดผลิตน้ำบริสุทธิ์  เชื้อเพลิง และน้ำดื่ม เช่นที่เคยให้ในระยะแรก แต่ด้วยความเข้าอกเข้าใจและเห็นความต้องการในสิ่งบรรเทาทุกข์ที่ชัดเจนขึ้น ปริมาณสิ่งของที่ต้องการอาจเพิ่มจำนวนขึ้นในระยะนี้ และอาจขยายครอบคลุมไปถึงอาหาร เสื้อผ้า และของใช้จำเป็นในครัวเรือนอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การหาแนวร่วมทำงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทจำเป็นต้องหาหุ้นส่วนและธุรกิจที่ทรงประสิทธิผลไว้เป็นแนวร่วมทำงานให้ได้อย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้ใช้อาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย หรือคลังเก็บฉุกเฉินต่อเนื่องจากระยะแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;โลจิสติกส์และขนส่งสำหรับกระจายสินค้า&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้การสนับสนุนและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการกระจายสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น (ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ) จัดการสนับสนุนทางโลจิสติกส์และสิ่งอำนวยความสะดวกในการยังชีพ ให้แก่องค์กรบรรเทาทุกข์ในการรับมือกับผู้ได้รับบาดแผลหลังเหตุการณ์ รวมทั้งการบริหารและความช่วยเหลือทางโลจิสติกส์ที่เพิ่มกำลังในภารกิจการบรรเทาทุกข์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ความต้องการขั้นพื้นฐาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานจะต้องถูกลำเลียงส่งมอบให้อยู่ในระดับที่เพียงพอสม่ำเสมอต่อการยังชีพ เช่น การจัดหาน้ำบริสุทธิ์ การอนามัยอาหาร และการติดต่อสื่อสาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การให้บริการและความรู้เฉพาะทาง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดให้มีบริการและการให้ความรู้เฉพาะทาง เนื่องจากองค์กรบรรเทาทุกข์อาจต้องการผู้ชำนาญเฉพาะทางในสาขาโทรคมนาคม การซ่อมแซมที่พักอาศัย การก่อสร้าง การทำความสะอาด การบัญชี การรักษาความปลอดภัย และการกระจายสิ่งของ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;--------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การหารือและผลักดันนโยบายรัฐ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สื่อกลางและการสื่อสาร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ดำเนินการเน้นย้ำการสนับสนุนที่จำเป็นในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ใช้สื่อเผยแพร่และสื่อมวลชนในการทำให้เรื่องภัยพิบัติอยู่ในความสนใจ รวมทั้งสื่อสารให้เกิดแรงบันดาลใจต่อการดำเนินงานขององค์กรอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ขยายการดึงดูดเม็ดเงินกองทุน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เข้าร่วมกับหน่วยงานรัฐหรือองค์กรหาทุนอื่นๆ ในการกระตุ้นให้เกิดการสนับสนุนด้านการเงิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-8201997665268628312?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/8201997665268628312'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/8201997665268628312'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/relief.html' title='กลยุทธ์การบรรเทาทุกข์ (Relief)'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-5181707950636642068</id><published>2011-12-02T17:21:00.001+07:00</published><updated>2011-12-06T01:17:31.306+07:00</updated><title type='text'>กลยุทธ์การช่วยเหลือ (Rescue)</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;กลยุทธ์การช่วยเหลือ (Rescue) จะเกิดขึ้นโดยทันทีหลังการเกิดภัยพิบัติและทอดระยะเวลาไปได้หลายวัน ขึ้นอยู่กับขนาดของภัยพิบัติที่เกิดขึ้น จุดมุ่งเน้นอยู่ที่การช่วยเหลือคนเจ็บ ผู้ที่ติดค้าง หรือที่ถูกลอยแพ รวมทั้งการระบุตำแหน่งของผู้เสียชีวิต การปรับสภาพของจุดประสบเหตุให้มีความปลอดภัยต่อการเข้าช่วยเหลือ การเข้าสำรวจจุดหรือตำแหน่งของพนักงานที่ต้องการความช่วยเหลือ การเตรียมปัจจัยพื้นฐานที่ต้องการเร่งด่วน อาทิ น้ำดื่ม อาหาร เวชภัณฑ์ ที่พักพิง ฯลฯ รวมถึงการติดต่อกับครอบครัว การแจ้งข่าวแก่ญาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การดำเนินผ่านกระบวนงานองค์กร&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ความปลอดภัยของบุคลากร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การทราบตำแหน่งที่อยู่ของบุคลากรเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยเฉพาะกับบุคลากรที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย หรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ประสบภัย ที่องค์กรต้องตัดสินใจดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดในการเคลื่อนย้ายหรืออพยพ การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบต่อบุคลากรจะเป็นประโยชน์ต่อการให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การมีส่วนร่วมของพนักงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;พนักงานจะเป็นบุคลากรที่สามารถเข้าร่วมในปฏิบัติการช่วยเหลือ โดยการสนับสนุนขององค์กร ตั้งแต่การให้เงินช่วยเหลือสมทบ การเชื่อมโยงทางเว็บไซต์ไปยังหน่วยกู้ภัยเพื่อร่วมบริจาค การให้วันหยุดพนักงานเพื่อจัดกิจกรรมระดมทุน หรือการเปิดระบบบริจาคโดยการหักบัญชีเงินเดือนพนักงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ลูกค้าและผู้ส่งมอบ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้ส่งมอบ สนับสนุนด้วยการระดมเงินช่วยเหลือ ผ่านทางการใช้แต้มสะสม หรือการบริจาคในอัตราร้อยละของค่าสินค้าที่จำหน่าย หรือกิจกรรมระดมทุนร่วมระหว่างองค์กร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การประเมินผลกระทบภายในองค์กร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การสื่อสารในองค์กรกับบุคลากร และกับหน่วยประกอบการที่ได้รับผลกระทบ จะช่วยให้องค์กรสามารถประเมินผลกระทบความเสียหาย และความจำเป็นในการช่วยเหลือให้แก่ทีมช่วยเหลือ ข้อมูลที่สำคัญอย่างเช่น พื้นที่ และจำนวนบุคลากรที่ได้รับผลกระทบ จะเป็นประโยชน์ต่อทีมเผชิญเหตุภัยพิบัติในพื้นที่ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการดำเนินความช่วยเหลือร่วมกับบริษัทอื่น สามารถล่วงรู้ข้อมูลที่จำเป็นในภาคสนาม เช่น ระดับการเข้าถึงของหน่วยกู้ภัยและหน่วยปฏิบัติการอื่นๆ ในพื้นที่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;--------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การให้และกิจกรรมเพื่อสังคม&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การข่วยเหลือทางการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;การสนับสนุนทางการเงินโดยบริษัท จะมีความจำเป็นสูงในระยะแรกและเป็นระยะเร่งด่วน โดยการบริจาคเงินจะเป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันมากในระยะนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บุคลากรทางการแพทย์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทที่มีบุคลากรทางการแพทย์ สามารถนำมาให้การช่วยเหลือในปฏิบัติการระยะนี้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;อาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่ได้รับผลกระทบ และอยู่ใกล้พื้นที่ประสบภัย สามารถใช้เป็นศูนย์อำนวยการ และ/หรือ ที่พักพิง สำหรับทีมช่วยเหลือ รวมทั้งการจัดหาบ้านสำเร็จรูปเคลื่อนย้ายได้ในกรณีที่จำเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่ม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทสามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นในการช่วยเหลือให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะน้ำดื่มและระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บริการทางการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ธนาคารสามารถยกเว้นค่าบริการด้านการเงิน และรับจัดการเม็ดเงินบริจาค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กิจการพลังงาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทสามารถจัดหาเชื้อเพลิงโดยไม่คิดมูลค่า และการสนับสนุนด้านเทคนิค ให้แก่ทีมช่วยเหลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กิจการสาธารณูปโภค&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ระบบสื่อสารอาจใช้การไม่ได้ บริษัทซึ่งเชี่ยวชาญด้านระบบการสื่อสารเคลื่อนที่ สามารถจัดหาการสนับสนุนและอุปกรณ์ให้แก่ทีมช่วยเหลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ผู้ประกอบการด้านเภสัชกรรมและการดูแลสุขภาพ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทในสาขาเภสัชกรรมและการดูแลสุขภาพ สามารถบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ยาปฏิชีวนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การคมนาคม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทขนส่งและบริษัทอื่นๆ ที่มีเครือข่ายการกระจายสินค้า สามารถจัดหาการสนับสนุนด้านขนส่งเดินทางให้แก่ทีมช่วยเหลือ ทั้งทางบก (อาทิ รถบรรทุก รถขับเคลื่อนสี่ล้อ) และทางอากาศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บริการเฉพาะทาง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เช่น บริษัทรักษาความปลอดภัย สามารถจัดทีมกู้ภัยเข้าให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ผู้ประกอบการสิ่งทอ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทสามารถจัดหาเครื่องนุ่งห่ม ผ้าห่ม สำหรับการช่วยเหลือ และความต้องการฉุกเฉิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ช่องทางการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ความช่วยเหลือทางการเงินควรได้รับการจัดสรรสู่ช่องทางที่มีขั้นตอนการดำเนินงานชัดเจน หรือหากยังไม่มี ก็ควรส่งไปยังองค์กรในท้องถิ่นที่เข้าให้การช่วยเหลือโดยตรง องค์กรเหล่านี้เป็นได้ทั้งชุดช่วยเหลือในระดับท้องถิ่น ระดับสากล และองค์กรพัฒนาเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เงินบริจาค ควรพิจารณามอบให้แก่หน่วยงานที่มีการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่และมีประวัติการทำงานที่น่าเชื่อถือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ทีมเผชิญเหตุฉุกเฉิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;บริษัทบางแห่ง มีทีมเผชิญเหตุฉุกเฉิน ซึ่งสามารถพร้อมเข้าให้ความช่วยเหลือร่วมกับหน่วยกู้ภัย บริษัทในอุตสาหกรรมก่อสร้างและขุดเจาะ มักจะมีความพร้อมในปฏิบัติการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;--------------------------&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;การหารือและผลักดันนโยบายรัฐ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การแจ้งองค์กรอื่น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ให้แน่ใจว่าผู้นำธุรกิจในองค์กรอื่น ได้รับการแจ้งข่าวเกี่ยวกับภัยพิบัติ และการเข้ามีส่วนร่วมช่วยเหลือในเหตุภัยพิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนได้เสีย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;หาเวลาในการพูดคุยกับผู้มีส่วนได้เสีย (ภาครัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชน) ถึงบทบาททางสังคมที่ธุรกิจและผู้นำธุรกิจ สามารถนำการสนับสนุนที่จำเป็นมาให้ สำหรับการช่วยเหลือในระยะดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-5181707950636642068?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/5181707950636642068'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/5181707950636642068'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/rescue.html' title='กลยุทธ์การช่วยเหลือ (Rescue)'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-1088937198216461559</id><published>2011-12-02T17:19:00.000+07:00</published><updated>2011-12-02T17:19:39.005+07:00</updated><title type='text'>ภาพรวม: การรับมือภัยพิบัติ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;เมื่อภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้น นอกจากกลยุทธ์ทางธุรกิจซึ่งใช้ในภาวะปกติจะไม่สามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ตามที่เคยเป็นแล้ว ภาคธุรกิจยังจำต้องนำหรือพัฒนากลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติในภาวะฉุกเฉินขึ้นมาใช้เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่ปกติในห้วงเวลาที่เกิดภัยพิบัติดังกล่าวด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติจะต้องถูกออกแบบให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ในแต่ละระยะ ซึ่งโดยทั่วไปจะจำแนกออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ กลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติที่เกิดขึ้นโดยทันทีหรือในช่วงสั้นๆ ได้แก่ การช่วยเหลือ (Rescue) กลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติในช่วงกลาง ได้แก่ การบรรเทาทุกข์ (Relief) และกลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติในระยะยาว ได้แก่ การฟื้นฟู (Recovery)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การดำเนินกลยุทธ์ในช่วงสั้นและช่วงกลางจะมีส่วนสำคัญต่อการรับมือยามเมื่อประสบเหตุฉุกเฉินและเมื่อมีความต้องการด้านมนุษยธรรม ส่วนการดำเนินกลยุทธ์ในระยะยาวจะเป็นตัวกำหนดเส้นทางการพัฒนาใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจ ที่บรรดาธุรกิจจะต้องดำเนินตามในเวลาต่อมา ซึ่งถือเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาวะฉุกเฉินและความต้องการด้านมนุษยธรรม กับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ให้กลับเข้าสู่วิถีเศรษฐกิจที่ประกอบด้วยเสถียรภาพ การเติบโต และการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ การดำเนินกลยุทธ์ในระยะยาว ยังได้ให้ความสำคัญกับความจำเป็นด้านทักษะและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญบนเส้นทางในช่วงการพัฒนาใหม่ๆ หรือการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทบาทของภาคธุรกิจในแต่ละระยะจึงมีความสำคัญยิ่ง และไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับการทำธุรกิจตามปกติเท่านั้น แต่การดำเนินบทบาทเหล่านี้ยังสามารถนำไปสู่การสนับสนุน (และชี้นำ) การทำงานขององค์กรในหลายขั้นตอน จากบทเรียนภัยพิบัติในอดีต ได้ชี้ให้เห็นความจำเป็นของการวางแผนรับมือภัยพิบัติในอนาคต การตระเตรียมบทบาททางธุรกิจเฉพาะสาขาต่อการฟื้นฟูภัยพิบัติ การกำหนดบทบาทของภาคธุรกิจที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง รวมทั้งการสนับสนุนให้ธุรกิจดำเนินไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-1088937198216461559?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/1088937198216461559'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/1088937198216461559'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_4647.html' title='ภาพรวม: การรับมือภัยพิบัติ'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-6041167207063923113</id><published>2011-12-02T14:14:00.004+07:00</published><updated>2011-12-02T17:12:41.921+07:00</updated><title type='text'>เครื่องมือสื่อสาร</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;เครื่องมือสื่อสาร จะถูกใช้ระหว่างการเผชิญเหตุและการฟื้นฟู เพื่อให้แน่ใจว่า ภารกิจทั้งหมดเป็นที่เข้าใจแก่ทุกฝ่ายและนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผล การสื่อสารควรให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียทั้งในและนอกองค์กร รวมทั้งเกี่ยวข้องกับการจัดทำข่าวสารให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียเหล่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ผังการโทร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;แผนผังการโทรศัพท์ เป็นบัญชีรายชื่อบุคลากรและข้อมูลติดต่อที่ทำขึ้นล่วงหน้า เพื่อใช้เป็นช่องทางในการติดต่อพนักงานอย่างมีแบบแผนและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งทำให้กระบวนการแสดงภาระรับผิดชอบและการส่งข่าวสารเป็นไปอย่างรวดเร็วในภาวะฉุกเฉิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ข้อมูลติดต่อ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ข้อมูลการติดต่อ ประกอบด้วย เลขหมายโทรศัพท์ที่ทำงาน โทรศัพท์เคลื่อนที่ โทรศัพท์บ้าน ที่อยู่บ้าน และบุคคลที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน ของบุคลากรทุกคนในองค์กร จัดทำรวมเป็นหมวดหมู่ไว้ในที่ซึ่งพบเห็นได้ และปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สายด่วนวิกฤต&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;สายด่วนวิกฤต จะใช้ระหว่างและหลังเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามคำขออย่างทันท่วงที แก่พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การแจ้งเหตุฉุกเฉิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เครื่องมือแจ้งเหตุฉุกเฉิน จะถูกออกแบบให้ส่งข้อความตัวอักษร อีเมล ข้อความเสียง หรือในช่องทางติดต่อสื่อสารอื่น แก่ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งให้ทราบถึงสถานการณ์และสื่อถึงสิ่งที่คาดหมายไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เว็บไซต์เฉพาะกิจ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เว็บไซต์เฉพาะกิจ เป็นหน้าเว็บที่ถูกเปิดใช้งานหรือปรับเพื่อใช้ถ่ายทอดข่าวสารสถานการณ์ ไปยังผู้มีส่วนได้เสียเฉพาะกลุ่ม ทั้งในแบบปิดหรือเปิดกว้างทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บัญชีอีเมลกลุ่ม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดเก็บบัญชีที่อยู่อีเมล เพื่อการติดต่อที่ทันเวลา ไปยังกลุ่มของผู้มีส่วนได้เสีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;แบบคำแถลง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;แบบคำแถลง เป็นข้อความที่ร่างไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์ ที่จะใช้เป็นโครงร่างหรือแผ่นแบบในการสื่อสารหลังจากเหตุการณ์จริงเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ฝ่ายที่รับผิดชอบสามารถส่งข้อความที่ชัดเจน กระชับได้ใจความ อย่างรวดเร็วในสถานการณ์ที่มีแรงกดดันสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;วิธีบริหารงานสื่อ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ประมวลวิธีในการบริหารงานสื่อ พร้อมสิ่งช่วยจำในการปฏิสัมพันธ์ที่ดีที่สุดกับสื่อในช่วงที่มีเหตุการณ์วุ่นวาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ขั้นตอนการอนุมัติสื่อเผยแพร่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดให้มีกระบวนการในการอนุมัติข้อความหรือข่าวสารที่จะเผยแพร่ เพื่อให้แน่ใจว่า ข้อมูลทั้งหมดได้รับการอนุมัติและสอดคล้องกับกลยุทธ์การสื่อสารขององค์กรในสถานการณ์ปัจจุบัน ก่อนที่จะเผยแพร่สู่สาธารณะ ทั้งนี้ การใช้ข้อความเดี่ยวที่อยู่ในแนวทางเดียวกันจะทำให้เกิดความสับสนน้อยลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การวางตัวโฆษก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;โฆษกหรือผู้แถลงข่าว ควรได้รับการวางตัวและอบรมล่วงหน้า ในการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อ เพื่อถ่ายทอดข่าวสารขององค์กรไปยังผู้มีส่วนได้เสียภายนอกและสาธารณชนอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล หลีกเลี่ยงการวางตัว "ผู้ที่ไม่เหมาะสม" ต่อหน้าสื่อ เพื่อมิให้เกิดการนำเสนอ "สิ่งที่ไม่เหมาะสม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คำแนะนำในการแถลงข่าว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดทำคำแนะนำไว้ล่วงหน้า ถึงโครงร่างของข่าวสารที่จะระบุในข่าวเผยแพร่ เวลาที่เหมาะสมในการเผยแพร่ รูปแบบของข่าวเผยแพร่ และบุคคลที่ได้รับมอบหมายในการแถลงข่าวแก่สาธารณชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-6041167207063923113?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/6041167207063923113'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/6041167207063923113'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_5706.html' title='เครื่องมือสื่อสาร'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-2168285753911340106</id><published>2011-12-02T14:11:00.001+07:00</published><updated>2011-12-02T17:12:23.211+07:00</updated><title type='text'>เครื่องมือฟื้นฟู</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;เครื่องมือฟื้นฟู จะนำมาใช้ในช่วงระหว่างและหลังจากที่เหตุการณ์เกิดขึ้น การฟื้นฟูเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการนำกระบวนการธุรกิจที่สำคัญและเกี่ยวเนื่องกลับคืนสู่สภาพปกติ และเกี่ยวกับการได้รับทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ในเวลาอันควร ด้วยการใช้สถานที่ ทรัพยากร บุคลากร เทคโนโลยี และกระบวนการที่ได้สำรองไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กระบวนงานสำรองในธุรกิจ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดเตรียมขั้นตอนและวิธีดำเนินการทางธุรกิจสำรองไว้เป็นทางเลือก ในกรณีที่เหตุวุ่นวายส่งผลกระทบต่อวิธีการดำเนินงานหลัก เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ขั้นต่ำได้เป็นอย่างน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;เจ้าหน้าที่สำรอง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;พิจารณาใช้เจ้าหน้าที่สำรองหรือคนงานชั่วคราว ช่วยเหลือในช่วงฟื้นฟูกิจกรรมทางธุรกิจ ในกรณีที่มีการขาดงานอย่างรุนแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ที่ทำงานสำรอง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เช่าหรือซื้อสำนักงานชั่วคราวหรือแห่งที่สอง เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานต่อไปได้ หากอาคารหรือสำนักงานที่ใช้ปกติได้รับความเสียหายหรือไม่สามารถเข้าทำงานได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การทำงานด้วยมือ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดทำเอกสารวิธีการทำงานด้วยมือหรือในแบบธรรมดา เพื่อให้พนักงานสามารถดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจต่อไปได้ หากระบบอัตโนมัติต่างๆ (เครื่องจักร กระบวนการ เทคโนโลยี) ไม่ทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คลังนอกสถานที่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เก็บรักษาปัจจัยใช้สอยหรือปัจจัยการผลิตไว้นอกสถานที่ให้พอเพียง รองรับการกู้กระบวนงานต่างๆ ให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ขจัดช่วงเวลารอคอยสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;อุปกรณ์สำรองนอกสถานที่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เก็บรักษาอุปกรณ์และทรัพยากรชุดสำรองที่เหมือนหรือเทียบเท่า เพื่อให้การกู้คืนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในกรณีที่เครื่องจักรสำคัญไม่ทำงานหรือทำงานผิดพลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สมรรถภาพในการทำงานที่บ้าน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;อนุญาตและจัดเตรียมให้พนักงานทำงานที่บ้าน ในกรณีที่อาคารหรือสำนักงานไม่สามารถใช้ได้ เพื่อให้กิจกรรมทางธุรกิจที่สำคัญฟื้นคืน แม้สำนักงานเสียหาย โดยความสำเร็จของกระบวนงานกู้คืนนี้ จะขึ้นอยู่กับการฝึกอบรมและการทดสอบเป็นอย่างมาก ก่อนเกิดเหตุการณ์ ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานแต่ละคนจะได้รับทรัพยากรที่ต้องใช้ตามที่ต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-2168285753911340106?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/2168285753911340106'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/2168285753911340106'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_2961.html' title='เครื่องมือฟื้นฟู'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-7815055062501867905</id><published>2011-12-02T14:09:00.001+07:00</published><updated>2011-12-02T17:11:53.988+07:00</updated><title type='text'>เครื่องมือเผชิญเหตุ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;เครื่องมือเผชิญเหตุถูกออกแบบสำหรับการพิทักษ์ผู้คน ทรัพย์สิน และอุปกรณ์ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จากกลไกและกระบวนการในการเผชิญเหตุที่วางแผนไว้ล่วงหน้า ตัวอย่างเช่น การหลบภัยในสถานที่ที่ตนเองอยู่ในขณะเกิดเหตุ การอพยพ และกระบวนการที่เกี่ยวกับภาระรับผิดชอบที่มีต่อบุคคลากร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ภาระรับผิดชอบ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่เกิดภัยพิบัติ องค์กรมีภาระที่จะต้องรับผิดชอบต่อบุคลากรทุกคนที่ประสบเหตุ ทั้งคนเจ็บ ผู้ที่ติดค้างหรือที่ถูกลอยแพ ด้วยการส่งหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;แผนจัดการในภาวะวิกฤต&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ประมวลวิธีดำเนินการเผชิญเหตุที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ สำหรับปกป้องผลประโยชน์ขององค์กร แผนจัดการในภาวะวิกฤต จะช่วยให้ทีมจัดการในภาวะวิกฤตสามารถรับมือกับเหตุพิบัติที่เกิดขึ้นได้อย่างมีแบบแผนและทันท่วงที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ทีมจัดการในภาวะวิกฤต&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ในระดับบริหารที่ถูกมอบหมายให้ดำเนินงานตามขั้นตอนการเผชิญเหตุที่ระบุในแผนจัดการในภาวะวิกฤต โดยมุ่งเน้นที่จะประสานความอุตสาหะขององค์กรในการเผชิญเหตุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ทีมประเมินความเสียหาย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านที่ได้คัดเลือกล่วงหน้า สำหรับไว้ติดต่อเมื่อเกิดเหตุ เพื่อมาประเมินความปลอดภัยของอาคารสถานที่และสิ่งที่อยู่ภายใน และให้ข้อแนะนำถึงความเป็นไปได้หรือระยะเวลาในการกลับเข้ามาใช้สถานที่ได้ใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;หรือในบางที่เรียกว่า ศูนย์บัญชาการในภาวะวิกฤต คือ สถานที่ หรือตัวเลือกของสถานที่หลายๆ แห่ง (ที่จะใช้เป็นศูนย์ ตามแต่ขนาดของภัยพิบัติ) ซึ่งถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า ที่จะใช้ปฏิบัติการโดยทีมจัดการในภาวะวิกฤต สำหรับดำเนินการในภาวะฉุกเฉินและทำงานกลยุทธ์ฟื้นฟูไปด้วยกัน ในหลายองค์กร ใช้ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินเป็นสถานที่และบรรจุทีมงานที่ถูกมอบหมายให้ปฏิบัติตามข้อตัดสินใจของทีมจัดการในภาวะวิกฤต โดยการจัดสรรทรัพยากรและสารสนเทศไปยังส่วนที่สำคัญที่สุดขององค์กร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;แผนเผชิญภาวะฉุกเฉิน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เป็นแผนที่มุ่งเน้นการประกันความปลอดภัยของบุคลากร รวมทั้งขั้นตอนการอพยพ ภาระรับผิดชอบต่อบุคลากร ขั้นตอนการหลบภัยในสถานที่ที่ตนเองอยู่ในขณะเกิดเหตุ และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-7815055062501867905?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7815055062501867905'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7815055062501867905'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_7248.html' title='เครื่องมือเผชิญเหตุ'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-4278986461092758119</id><published>2011-12-01T17:44:00.001+07:00</published><updated>2011-12-02T17:11:25.337+07:00</updated><title type='text'>เครื่องมือลดความเสี่ยง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;กลยุทธ์และเครื่องมือลดความเสี่ยง จะถูกนำมาใช้ในการรักษาความต่อเนื่องของการดำเนินงานองค์กร ด้วยการวางมาตรการป้องกันล่วงหน้า เพื่อลดความยุ่งยากของเหตุการณ์ หรือความร้ายแรงจากเหตุชะงักงันที่อาจเกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ศูนย์ข้อมูลสำรอง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ทำสัญญารองรับการมีที่ตั้งศูนย์ข้อมูลสำรอง เพื่อให้ระบบงานหลักๆ สามารถทำงานต่อไปได้ หากศูนย์ข้อมูลหลักมีปัญหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ผู้ส่งมอบสำรอง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เสาะหาและทำข้อตกลงสำรองการสั่งซื้อวัตถุดิบหรือปัจจัยในการดำเนินงานกับผู้ส่งมอบสำรอง เพื่อให้กิจกรรมต่างๆ ดำเนินไปได้ตามปกติ หากผู้ส่งมอบเจ้าประจำประสบปัญหาการส่งมอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;พลังงานสำรอง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดหาระบบพลังงานสำรอง รองรับกิจกรรมหลักให้สามารถดำเนินต่อเนื่อง เพื่อลดช่วงเวลาที่เครื่องไม่ทำงาน หรือลดความสูญเสียในผลิตภาพการทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;กระบวนการบริหารความเปลี่ยนแปลง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ตระเตรียมและดูแลการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง กระบวนการ เทคโนโลยี และทรัพยากร เพื่อให้แน่ใจถึงสภาพพร้อมใช้งาน และสมรรถนะการดำเนินงานให้ได้ถึงระดับที่เหมาะสม ตลอดช่วงการเปลื่ยนผ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บุคลากรหลากทักษะ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;พัฒนาบุคลากรจำนวนหนึ่งให้สามารถทำงานทดแทนกันได้ ในงานที่มีความสำคัญ หากบุคลากรหลักไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การสำรองข้อมูล&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;สำรองข้อมูลไว้ในศูนย์หรือฐานข้อมูลสำรอง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับแหล่งข้อมูลต้นฉบับ รวมทั้งช่วยลดความยุ่งยากและเวลาในการกู้คืนข้อมูล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ระบบป้องกันอัคคีภัย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ไปมาหาสู่หรือทำกิจกรรมร่วมกับสถานีดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ รวมทั้งวางมาตรการป้องกันอัคคีภัยในองค์กรตนเอง (เช่น การใช้ตู้เอกสารกันเพลิงใหม้ การหมั่นตรวจตราระบบฉีดน้ำดับเพลิง) ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันพนักงาน เอกสาร และอุปกรณ์ต่างๆ แล้ว ยังจะช่วยลดผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ที่มีต่อการดำเนินงานหลักขององค์กร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ประกันภัย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดทำประกันภัยที่เหมาะสม เพื่อลดความยุ่งยากด้านการเงิน ที่เป็นผลมาจากความสูญเสียในสิ่งปลูกสร้างและอุปกรณ์สำคัญๆ ความเสียหายจากการไม่สามารถส่งมอบสินค้าหรือบริการ หรือจากการบาดเจ็บของพนักงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;มาตรการความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;วางมาตรการที่เหมาะสม ในการป้องกันฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หน่วยเก็บข้อมูล และเทคโนโลยีการสื่อสาร เพื่อลดช่วงเวลาที่ระบบไม่ทำงาน และความสูญเปล่าขององค์กร (เช่น การจำกัดการเข้าถึง, การป้องกันมัลแวร์ ฯลฯ )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การเฝ้าติดตามทางสื่อ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;จัดให้มีกระบวนการเฝ้าสังเกตติดตามข้อมูลทางสื่อ เพื่อให้ทราบถึงสัญญาณเตือนล่วงหน้า ในประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงภาพลักษณ์ รวมทั้งภัยคุกคามอื่น ที่อาจส่งผลให้การดำเนินงานหยุดชะงักในระยะสั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;การดูแลความปลอดภัยทางกายภาพ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เฝ้าระวังและกันบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตออกนอกพื้นที่หวงห้าม เพื่อลดความเสี่ยงจากความวุ่นวายกับกระบวนการธุรกิจหรือการสูญหายของข้อมูล จากการทำลายทรัพย์สิน โจรกรรม หรือการก่อวินาศกรรมในรูปแบบอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สินค้าคงคลังสำรอง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เก็บสินค้าที่ผลิตสำเร็จ หรือวัตถุดิบในจำนวนที่เหมาะสมไว้นอกสถานที่ เพื่อลดผลกระทบจากช่วงเวลาที่ไม่สามารถดำเนินงาน ซึ่งเป็นผลมาจากความเสียหายของคลังสินค้าหลัก หรือความสูญเสียความสามารถในการผลิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-4278986461092758119?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/4278986461092758119'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/4278986461092758119'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post.html' title='เครื่องมือลดความเสี่ยง'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-2669966431740959814</id><published>2011-12-01T15:00:00.000+07:00</published><updated>2011-12-01T15:00:41.833+07:00</updated><title type='text'>DRN ในต่างประเทศ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;ในหลายประเทศ ได้มีการก่อตัวของเครือข่ายทรัพยากรภัยพิบัติในภาคเอกชน เพื่อรวมกลุ่มกันทำงานระหว่างองค์กรธุรกิจด้วยกันเอง และทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม ในการช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูบูรณะหลังเกิดภัยพิบัติ โดยตัวอย่างเครือข่ายในลักษณะดังกล่าว ได้แก่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;DRN ประเทศฟิลิปปินส์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;เกิดขึ้นในปี 2533 ภายใต้ชื่อ &lt;a href="http://bit.ly/DRNphilippines" target="_blank"&gt;Corporate Network for Disaster Response&lt;/a&gt; (CNDR) ในรูปของกลุ่มความร่วมมือของภาคธุรกิจในการรับสถานการณ์แผ่นดินไหวที่ลูซอน ปัจจุบัน CNDR เป็นข่ายงานของกลุ่มธุรกิจ สมาคม บริษัท และมูลนิธิในสังกัดภาคเอกชน จำนวน 42 องค์กร ที่ดำรงความมุ่งมั่นในการจัดการภัยพิบัติของประชาคมธุรกิจอย่างเป็นระบบและมีแบบแผน ตั้งแต่ การเฝ้าสังเกตการณ์ภัยพิบัติ การระดมอาสาสมัครในภาวะฉุกเฉิน การจัดตั้งรูปแบบของกลุ่มอาสาภัยพิบัติระหว่างองค์กรสมาชิก การเผยแพร่แนวปฏิบัติสำหรับการเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน การจัดระบบเผชิญเหตุในสถานการณ์ฉุกเฉิน การจัดเวทีแก่ผู้บริจาคและการสรุปสถานการณ์ฉุกเฉิน การจัดหาสิ่งบรรเทาทุกข์ และการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่สมาชิกที่มีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมด้านภัยพิบัติของตนเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;DRN ประเทศเม็กซิโก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ก่อตั้งขึ้นในปี 2541 ภายใต้ชื่อเครือข่าย &lt;a href="http://bit.ly/DRNmexico" target="_blank"&gt;Unidos por Ellos&lt;/a&gt; ที่ประกอบด้วยสมาชิกราว 50 องค์กร ที่เป็นบริษัทเอกชน มูลนิธิ และมหาวิทยาลัย ทั้งในเม็กซิโกและต่างประเทศ ร่วมกันให้ความช่วยเหลือต่างๆ (โลจิสติกส์ การจัดการสารสนเทศ ความช่วยเหลือทางการแพทย์ และการประเมินความเสียหาย) หลังการเกิดภัยพิบัติ โดยการรับสถานการณ์ภัยพิบัติภายใต้ข่ายงานนี้ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ การบรรเทาทุกข์ และการบูรณะ ดูแลโดย 8 คณะทำงาน (สุขภาพ การเงิน โลจิสติกส์ สื่อสาร อาหาร การศึกษา การบูรณะ และงานอาสา) ทำงานเป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสมาชิกในกลุ่ม โดยภายใต้คณะทำงานฟื้นฟูบูรณะ ยังได้ทำงานร่วมกับรัฐบาล เทศบาล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการบูรณะที่อยู่อาศัยให้แก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ มีการประเมินความต้องการ การกำหนดหลักเกณฑ์ การคัดเลือกครัวเรือนที่ได้รับความช่วยเหลือ การระบุทำเล การมอบหมายผู้ควบคุมงาน และการดูแลการก่อสร้างที่อยู่อาศัย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;DRN ประเทศอินเดีย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2545 โดยการประสานงานของบริษัทก่อสร้างฮินดูสถาน หรือ &lt;a href="http://bit.ly/DRNindia" target="_blank"&gt;Hindustan Construction Company&lt;/a&gt; (HCC) ร่วมกับ สภาการก่อสร้างอินเดีย (CFI) และได้ดำเนินภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูมาอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการดำเนินงานของข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติประเทศอินเดีย ประกอบด้วย การจัดฝึกอบรมและการเพิ่มสมรรถภาพของผู้ประกอบการในสาขาวิศวกรรมและการก่อสร้างเพื่อรับสถานการณ์ภัยพิบัติ รวมทั้งการวางโครงสร้างองค์กรและแผนการจัดการในภาวะฉุกเฉินเพื่อการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติประเทศอินเดีย ได้ร่วมทำงานเป็นหุ้นส่วนกับองค์กรผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรที่ได้รับอนุญาตในการบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติ (RedR) ในอินเดีย ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้การฝึกอบรมการเผชิญเหตุภัยพิบัติและอำนวยการให้ยืมตัววิศวกรไปช่วยงานในองค์กรด้านมนุษยธรรมหลังการเกิดภัยพิบัติ และด้วยบทบาทการเป็นผู้ประสานงาน DRN ในอินเดีย บริษัท HCC จึงได้ผนวกกิจกรรมของ DRN เข้าไว้ในโครงสร้างขององค์กรในทุกระดับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;DRN ประเทศเกาหลี&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;ในปี 2546 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศเกาหลี หรือ &lt;a href="http://bit.ly/DRNkorea" target="_blank"&gt;Federation of Korean Industries&lt;/a&gt; ได้ก่อตั้งเครือข่ายที่มีชื่อว่า "Business Network for Disaster Recovery" ที่เกิดจากการรวมตัวโดยสมัครใจของภาคเอกชน ในการให้คำมั่นต่อการจัดหาเครื่องบรรเทาทุกข์ การฟื้นฟูหรือความช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีเกิดเหตุภัยพิบัติ รวมถึงการจัดทำคู่มือและมาตรการป้องกัน การจัดเตรียมบุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าการเผชิญเหตุภัยพิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนความจำเป็นของแต่ละองค์กรที่จะต้องมีแผนการจัดการภัยพิบัติระดับองค์กรในการหลีกเลี่ยงและลดผลกระทบจากภัยพิบัติเพื่อให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;DRN ประเทศอินโดนีเซีย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;หนังสือพิมพ์ &lt;a href="http://bit.ly/DRNindo" target="_blank"&gt;Jakarta Globe&lt;/a&gt; ได้รายงานการประกาศความร่วมมือของบริษัทต่างๆ ในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเดือนมิถุนายน 2554 ในรูปข่ายงานอิสระของภาคเอกชน โดยการสนับสนุนของรัฐบาลอินโดนีเซีย ที่จะช่วยชีวิตและบรรเทาทุกข์ประชาชนจากเหตุภัยพิบัติ ด้วยการใช้ทรัพยากรด้านวิศวกรรมและการก่อสร้าง และการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติด้วยศักยภาพทางธุรกิจ ทั้งการขนส่งและโลจิสติกส์ รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานและโทรคมนาคมต่างๆ สำหรับเครือข่ายที่จัดตั้งขึ้นนี้ มีบริษัท Central Cipta Murdaya Holding (CCM Group) เป็นผู้ประสานงานเครือข่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-2669966431740959814?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/2669966431740959814'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/2669966431740959814'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/drn.html' title='DRN ในต่างประเทศ'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-5932523153614707736</id><published>2011-11-24T18:38:00.000+07:00</published><updated>2011-12-08T18:39:41.472+07:00</updated><title type='text'>10 คำถามสำหรับผู้นำองค์กรต่อการรับมือภัยพิบัติ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกๆ ครั้งที่เกิดภัยพิบัติ สังคมได้ตั้งความคาดหวังต่อภาคธุรกิจในการเข้าให้ความช่วยเหลือตามบทบาทที่ถูกกำกับด้วยเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและในฐานะขององค์กรพลเมืองที่ดี ขณะเดียวกันธุรกิจในสาขาต่างๆ รวมทั้งผู้นำองค์กรเหล่านั้นในวันนี้ ต่างก็มิได้ปฏิเสธบทบาทดังกล่าวเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่การดำเนินการที่เหมาะสม สอดคล้องต้องตามเหตุการณ์ และสนองตอบต่อความต้องการของพนักงานและสาธารณชนได้อย่างเห็นผล จำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ในการวางแนวทางที่จะดำเนินการ ล่วงรู้ถึงปัจจัยและตัวแปรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเล็งเห็นถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ผู้บริหารองค์กรจะเผชิญกับอุปสงค์เช่นที่เคยประสบในภาวการณ์ปกติ แต่ในสถานการณ์หลังภัยพิบัติ ไม่ว่าผู้บริหารจะมีเจตนาที่ดีเพียงใดก็ตาม สภาพการณ์จะมีความซับซ้อนและทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ดีดังที่เคยเป็น เช่น การตัดสินใจที่ต้องทำทันทีโดยขาดข้อมูลที่ครบถ้วน การได้รับข้อมูลรายงานที่ต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ หรือมีสภาพความกดดันจากเหตุการณ์ที่ต้องดำเนินการอย่างปัจจุบันทันด่วน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเอกสารของ International Business Leaders Forum (IBLF) ชื่อ “&lt;a href="http://bit.ly/vwkj2e" target="_blank"&gt;Best Intentions: Complex Realities&lt;/a&gt;” ได้ประมวล 10 ข้อคำถามที่ผู้นำองค์กรจำต้องสำรวจและซักซ้อมกับคณะผู้บริหารเพื่อให้แน่ใจว่า องค์กรได้มีการตระเตรียมความพร้อมและมีความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล โดยคำถามทั้ง 10 ข้อ ประกอบด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;1. เราได้เตรียมพร้อมหรือยัง&lt;/b&gt; องค์กรจำต้องดำเนินการคะเนถึงความต้องการและแรงกดดัน รวมทั้งการประเมินผลกระทบที่มีต่อธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิผลและฉับไว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;2. เรามีข้อมูลพอที่จะรับมือหรือไม่&lt;/b&gt; องค์กรจำต้องได้ข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ทั้งจากผู้จัดการ หัวหน้างาน และหุ้นส่วนธุรกิจที่คลุกคลีอยู่ในภาคสนาม เพื่อที่จะสามารถประเมินสถานการณ์ในภาวะฉุกเฉินให้มีความแม่นยำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;3. เหตุพิบัติที่เกิดขึ้นมีส่วนเกี่ยวเนื่องโดยตรงต่อธุรกิจอย่างไร&lt;/b&gt; หากองค์กรมีสินทรัพย์ พนักงาน และกิจกรรมทางธุรกิจในพื้นที่ ก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องมีส่วนเกี่ยวเนื่องกับเหตุพิบัติ และองค์กรย่อมต้องถูกคาดหวังจากพนักงาน สาธารณชน ตลอดจนสื่อมวลชน ให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;4. เราจะเข้าช่วยเหลือให้ดีที่สุดได้อย่างไร&lt;/b&gt; องค์กรสามารถเข้าดำเนินการโดยตรงในพื้นที่ผ่านทางหน่วยธุรกิจหรือจะใช้วิธีให้การสนับสนุนช่วยเหลือในระยะไกล ทั้งนี้ องค์กรจำเป็นต้องตัดสินใจใช้หรือผสมผสานรูปแบบการช่วยเหลือให้มีประสิทธิผลสูงสุด ระหว่างเงินช่วยเหลือ สิ่งของที่คำนวณเป็นมูลค่าเทียบเคียง โลจิสติกส์ หรือความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;5. เรามีหุ้นส่วนที่มีประสิทธิผลหรือไม่&lt;/b&gt; ผู้เป็นหุ้นส่วนที่องค์กรเลือกทำงานด้วย หรือที่ส่งการสนับสนุนไปให้ ควรมีความรู้ความจัดเจนพื้นที่และมีสมรรถภาพในการทำงานภาคสนามสมกับเป็นหุ้นส่วนที่มีประสิทธิผลในการบรรเทาทุกข์และการฟื้นฟู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;6. ความช่วยเหลือของเราจะส่งทอดต่อในระยะยาวหรือไม่&lt;/b&gt; ผู้เป็นหุ้นส่วนในการทำงานขององค์กรจำเป็นต้องมีประสบการณ์และความสามารถที่จะจัดการสนับสนุนและฟื้นฟูในระยะยาว หรือมีหุ้นส่วนในท้องถิ่นช่วยดำเนินการให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;7. เราสามารถรับประกันให้มีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้หรือไม่&lt;/b&gt; ผู้เป็นหุ้นส่วนร่วมดำเนินงาน ควรจัดทำบัญชีและรายงานรายการให้ความช่วยเหลืออุดหนุนที่ได้รับจากองค์กร รวมทั้งวิธีการและงวดเวลาที่เบิกจ่าย โดยหากเกิดข้อสงสัย องค์กรควรพิจารณาจัดทำข้อผูกมัดแบบมีเงื่อนไข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;8. เรามีวิธีในการจัดการให้ความช่วยเหลืออย่างไร&lt;/b&gt; องค์กรจำต้องรู้จักผู้ประสานงาน ผู้เฝ้าสังเกตการณ์ ช่องทางการมีส่วนร่วมของพนักงานหรือหน่วยงานในพื้นที่ การดูแลความช่วยเหลือให้เป็นไปตามแผน และการคาดการณ์ล่วงหน้าหากสิ่งที่นำไปช่วยเหลือไม่สามารถนำไปใช้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;9. เรามีแนวทางในการดูแลเผยแพร่ข้อมูลที่สาธารณชนสนใจอย่างไร&lt;/b&gt; องค์กรจำต้องดำเนินการบริหารงานประชาสัมพันธ์และแง่มุมด้านสื่อตั้งแต่เริ่มต้น รู้จักคุมการคาดหมายทางสื่อในห้วงเวลาที่เป็นเป้าสายตาของสาธารณชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;10. เราได้จัดลำดับความสำคัญอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่&lt;/b&gt; องค์กรต้องแน่ใจว่าการให้ความช่วยเหลือและสิ่งที่ดำเนินการไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเสียหายต่อการดำเนินงานตามลำดับความสำคัญอื่นๆ และคงไว้ซึ่งความยืดหยุ่นต่อการดำเนินงานในวันข้างหน้า (สำหรับพื้นที่ประสบเหตุ ประเทศ ภูมิภาค) และต่อสิ่งสำคัญเร่งด่วนอื่นๆ ในปัจจุบันหรือในอนาคต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;[&lt;a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/details/business/ceo-blogs/pipat/20111124/421107/10-คำถามสำหรับผู้นำองค์กรต่อการรับมือภัยพิบัติ.html" target="_blank"&gt;Original Link&lt;/a&gt;]&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-5932523153614707736?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/5932523153614707736'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/5932523153614707736'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/11/10.html' title='10 คำถามสำหรับผู้นำองค์กรต่อการรับมือภัยพิบัติ'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-1495506537243035145</id><published>2011-11-24T12:41:00.006+07:00</published><updated>2012-01-12T14:59:18.922+07:00</updated><title type='text'>สื่อและเอกสารเผยแพร่</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;b&gt;ข่าวประชาสัมพันธ์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="5" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;•&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;&lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_8017.html" target="_blank"&gt;สถาบันไทยพัฒน์ เปิดตัวข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติ ภาคเอกชน&lt;br /&gt;สนับสนุนการทำงานฟื้นฟูขององค์กรธุรกิจหลังน้ำลด&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;h3 class="post-title"&gt;&amp;nbsp;&lt;/h3&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;บทความเผยแพร่&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;• &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2012/01/blog-post.html" target="_blank"&gt;ภัยพิบัติกับการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;• &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2012/01/blog-post_12.html" target="_blank"&gt;ประโยชน์ที่ภาคธุรกิจจะได้รับในวงจรรับมือภัยพิบัติ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;• &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/12/blog-post_08.html" target="_blank"&gt;กลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติภาคธุรกิจ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;• &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/11/10.html" target="_blank"&gt;10 คำถามสำหรับผู้นำองค์กรต่อการรับมือภัยพิบัติ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;• &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/11/blog-post_17.html" target="_blank"&gt;แนวการฟื้นฟูในช่วงต้นหลังน้ำลด&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;• &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/11/csr.html" target="_blank"&gt;แผนอาสา CSR ในช่วงประสบภัย&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;• &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/10/blog-post_27.html" target="_blank"&gt;อะไรควร-ไม่ควร ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;• &lt;a href="http://thaidrn.blogspot.com/2011/10/blog-post.html" target="_blank"&gt;ธุรกิจทำอะไรได้บ้าง นอกจากการบริจาค&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-1495506537243035145?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/1495506537243035145'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/1495506537243035145'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/11/thai-drn-collective-action-recovery.html' title='สื่อและเอกสารเผยแพร่'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-7605332099530540707</id><published>2011-11-24T12:23:00.005+07:00</published><updated>2011-11-24T12:33:45.540+07:00</updated><title type='text'>ขอบเขตและเป้าหมาย</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="5" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;สนับสนุนการทำงานของภาคเอกชน ภายใต้แนวทาง Build Back Better&lt;sup&gt;1&lt;/sup&gt; เพื่อเพิ่มสมรรถภาพในการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;ส่งเสริมผลสำเร็จของภาคเอกชนในกระบวนการฟื้นฟูบูรณะชุมชนที่ประสบภัยพิบัติ ด้วยการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่เห็นชัดและวัดได้&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="3%" valign="top"&gt;-&lt;/td&gt;&lt;td width="97%" valign="top"&gt;ให้บริการเป็นแหล่งข้อมูลความรู้และเครื่องมือด้านการดำเนินงานฟื้นฟูบูรณะที่ดี แก่ภาคเอกชน&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br /&gt;แม้ความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ที่ภาคเอกชนดำเนินการในรูปของการบริจาคเงิน สิ่งของเครื่องใช้ และการอาสา จะเป็นสิ่งจำเป็นในช่วงเผชิญเหตุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติ "Thai DRN" ที่จัดตั้งขึ้นนี้ จะมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ โดยคำนึงถึงการดำเนินผ่านกระบวนงานหลักขององค์กร และประเด็นด้านความยั่งยืน ที่มีตัวชี้วัดครอบคลุมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำมาจากกรอบการรายงานสากลของ GRI&lt;sup&gt;2&lt;/sup&gt; มาใช้เป็นแนวทางในการกำกับการสนับสนุนการทำงานภายในกลุ่มความร่วมมือภาคเอกชน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยตัวชี้วัดหลักที่นำมาใช้ในการวัดผลการดำเนินงาน ประกอบด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ด้านเศรษฐกิจ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="7" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;EC1&lt;/td&gt;&lt;td width="90%" valign="top"&gt;มูลค่าทางเศรษฐกิจทางตรง เช่น รายได้ ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ผลตอบแทนพนักงาน การบริจาคและการลงทุนในชุมชน กำไรสะสม เงินปันผล ดอกเบี้ย และภาษีนำส่งรัฐ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;EC8&lt;/td&gt;&lt;td width="90%" valign="top"&gt;การพัฒนาและผลกระทบจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงบริการเพื่อประโยชน์สาธารณะในช่องทางที่เป็นทั้งเชิงพาณิชย์ การให้ที่คำนวณเทียบเคียงเป็นจำนวนเงิน หรือการทำงานบริการสังคม&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ด้านสังคม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="7" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;SO1&lt;/td&gt;&lt;td width="90%" valign="top"&gt;ร้อยละของการดำเนินงานที่คำนึงถึงชุมชนท้องถิ่นด้วยการปฏิบัติตามข้อผูกพันร่วม การประเมินผลกระทบ และแผนงานการพัฒนา&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;SO5&lt;/td&gt;&lt;td width="90%" valign="top"&gt;จุดยืนต่อนโยบายสาธารณะ และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและการผลักดันนโยบายสาธารณะ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ด้านสิ่งแวดล้อม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="7" cellspacing="0" border="0"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;EN13&lt;/td&gt;&lt;td width="90%" valign="top"&gt;แหล่งที่อยู่ได้รับการป้องกันและฟื้นกลับคืนสภาพ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width="5%" valign="top"&gt;EN30&lt;/td&gt;&lt;td width="90%" valign="top"&gt;ยอดการใช้จ่ายและการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;--------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-size:70%;"&gt;&lt;sup&gt;1&lt;/sup&gt;  Key Propositions for Building Back Better: A Report by the United Nations Secretary-General’s Special Envoy for Tsunami Recovery, William J. Clinton, December 2006.&lt;br /&gt;&lt;sup&gt;2&lt;/sup&gt; Sustainability Reporting Guidelines, Version 3.1, Global Reporting Initiative, March 2011.&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/font&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-7605332099530540707?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7605332099530540707'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7605332099530540707'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/11/blog-post_24.html' title='ขอบเขตและเป้าหมาย'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-8091150466810336019</id><published>2011-11-24T12:02:00.005+07:00</published><updated>2011-12-08T19:19:55.607+07:00</updated><title type='text'>ที่มาและแนวคิด</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;ความถี่และผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและเกิดบ่อยครั้งขึ้นทั่วโลก ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมหาศาล ในประเทศไทย ภัยจากคลื่นสึนามิเมื่อปี 2547 ใน 6 จังหวัดภาคใต้ ได้ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากกว่า 30,000 ล้านบาท&lt;sup&gt;1&lt;/sup&gt; และสถานการณ์อุทกภัยในปี 2553 ที่เพิ่งผ่านพ้นมา ได้สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าสูงถึง 16,339 ล้านบาท&lt;sup&gt;2&lt;/sup&gt; ขณะที่ในปี 2554 นี้ สถานการณ์อุทกภัย ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 จนถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งสิ้น 65 จังหวัด โดยมีการประเมินตัวเลขความเสียหายเบื้องต้นเป็นจำนวนนับแสนล้านบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติเหล่านี้ จำต้องได้รับการฟื้นฟูเยียวยา และทำให้การดำรงชีวิตและการทำงานกลับคืนสู่สภาพปกติ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภาคธุรกิจเอกชนถือเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญที่มีส่วนในการช่วยเหลือ การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูหลังการเกิดภัยพิบัติ โดยในต่างประเทศ ได้มีการจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือของภาคเอกชนต่อการรับมือกับภัยพิบัติในลักษณะของการทำงานวิถีกลุ่ม (Collective Action) เพื่อเสริมพลังของการช่วยเหลือ การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูจากภัยพิบัติที่มีความรุนแรงและส่งผลเสียหายในวงกว้าง ที่ซึ่งทรัพยากรขององค์กรใดองค์กรเดียวไม่สามารถใช้ให้เกิดผลได้เพียงลำพัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะองค์กรที่ทำงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกับภาคธุรกิจเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2548 ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ ที่ภาคเอกชนจะเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยการทำงานในแบบกลุ่มความร่วมมือ และจำต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ กรณีศึกษา และบทเรียนการจัดการภัยพิบัติในอดีตทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการเรียนรู้และต่อยอดการทำงาน ที่ทำให้ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ ดังนั้น จึงได้พัฒนาข่ายงานทรัพยากรภัยพิบัติ (Disaster Resource Network) สำหรับภาคเอกชน เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลและทรัพยากรสนับสนุนการทำงานของภาคเอกชนในการจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูบูรณะหลังการเกิดภัยพิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;--------------------------------------&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-size:70%;"&gt;&lt;sup&gt;1&lt;/sup&gt;  สถานการณ์สาธารณภัยของประเทศไทย, แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (พ.ศ.2553 – 2557), กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา สำนักวิจัยและความร่วมมือระหว่างประเทศ).&lt;br /&gt;&lt;sup&gt;2&lt;/sup&gt; สถิติสถานการณ์อุทกภัยของประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2532 - 2553 (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มกราคม 2553), ศูนย์อานวยการบรรเทาสาธารณภัย, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย.&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/font&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-8091150466810336019?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/8091150466810336019'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/8091150466810336019'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/11/blog-post.html' title='ที่มาและแนวคิด'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-2645465999526207341</id><published>2011-11-17T18:13:00.000+07:00</published><updated>2011-12-08T18:34:30.480+07:00</updated><title type='text'>แนวการฟื้นฟูในช่วงต้นหลังน้ำลด</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุว่า นับจนถึงขณะนี้ ประเทศไทยมีพื้นที่ประสบอุทกภัยทั้งสิ้น 65 จังหวัด โดยเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2554 รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Strategic Committee for Reconstruction and Future Development (SCRF) โดยมีหน้าที่หลักในการระดมความคิดเห็นและความรู้เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศในระยะยาวเสนอแก่รัฐบาล รวมถึงข้อเสนอในการจัดตั้งองค์กรถาวร วิธีการบริหารจัดการ การบริหารการเงิน การสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน การเสนอแนวทางการปฏิบัติราชการแผ่นดินในการฟื้นฟูและพัฒนา ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเอกสารของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เรื่อง “&lt;a href="http://bit.ly/uW0Yz1" target="_blank"&gt;UNDP Policy on Early Recovery&lt;/a&gt;” ได้แสดงระยะการเปลี่ยนผ่านจากการให้ความช่วยเหลือและการบรรเทาทุกข์ (Relief) สู่สถานะการฟื้นฟู (Recovery) ในช่วงต้น จนเข้าสู่การบูรณะ (Reconstruction) และการพัฒนาในระยะยาว ไว้ดังรูป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/-WOuJdA0PZ8k/TsS6eWYAxMI/AAAAAAAAAEc/cQ33Wh1PTYo/s1600/recovery-phase.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 311px;" src="http://3.bp.blogspot.com/-mpaS10DMoYo/TsSiVndyYzI/AAAAAAAAAsA/teomoltJnTY/s400/recovery-phase-bg.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5675839922648539954" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;การกำหนดยุทธศาสตร์ กรอบการทำงาน และแผนการฟื้นฟู จำต้องอาศัยการประเมินความเสียหายและความสูญเสียในภาพรวม เป็นข้อมูลตั้งต้น ทั้งนี้ แผนการฟื้นฟูควรมุ่งไปยังการบูรณะชุมชนให้กลับคืนสภาพ ด้วยมาตรการที่คำนึงถึงประเด็นด้านความยั่งยืน โดยหลีกเลี่ยงการสร้างกลไกที่ชุมชนต้องอาศัยการพึ่งพาจากภายนอก และให้มีส่วนในกระบวนการตัดสินใจบนพื้นฐานที่ชุมชนเป็นเจ้าภาพ เนื่องเพราะประเด็นความยั่งยืนถือเป็นกุญแจหลักที่ทำให้การฟื้นฟูเกิดผลสัมฤทธิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีงานวิจัยที่บ่งชี้ว่า ความสำเร็จของแผนบูรณะหลังภัยพิบัติ จะขึ้นอยู่กับระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนที่มีต่อการวางแผนและการนำแผนไปปฏิบัติ (&lt;a href="http://bit.ly/sUxTO8" target="_blank"&gt;Narayan&lt;/a&gt;, 2001) โดยผลดีของการมีส่วนร่วมของชุมชน ได้แก่ การสะท้อนปัญหาที่เป็นจริง ได้โจทย์ที่แม่นยำสำหรับการฟื้นฟู และรู้ชัดถึงลำดับความสำคัญ รวมทั้งการลดข้อขัดแย้งและขจัดความซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นภาระต้นทุนดำเนินการที่หลีกเลี่ยงได้ตั้งแต่ต้น ตลอดจนการดูแลบำรุงรักษาต่อโดยชุมชนหลังสิ้นสุดระยะการฟื้นฟูตามโครงการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนของภาครัฐ มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีความทับซ้อนในแผนการฟื้นฟูระหว่างส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น หรือระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนำไปสู่ความซ้ำซ้อนในการจัดสรรงบประมาณ จึงจำเป็นต้องมีหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลาง มีบทบาทนำในการประสานงาน การบริหาร การวางแผน และการตัดสินใจตามข้อปฏิบัติที่ดี (เช่น มีการประเมิน มีการปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีส่วนได้เสียอย่างเหมาะสม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนของภาคเอกชน นอกจากบทบาทของการให้ทุนสนับสนุนในแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมฟื้นฟูต่างๆ องค์กรธุรกิจยังสามารถคิดแผนการจ้างงานทั้งชั่วคราวและประจำให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นอันดับต้นๆ หรือการวางแผนจำหน่ายสินค้าและบริการในราคาทุนให้แก่ชุมชนในช่วงฟื้นฟู หรือการให้เครดิตการค้าและให้กู้ยืมโดยคิดดอกเบี้ยต่ำแก่คู่ค้า ผู้ประกอบการในห่วงโซ่ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนของภาคประชาสังคม แม้บทบาทของเอ็นจีโอส่วนใหญ่จะได้ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ แต่ก็ยังมีอีกหลายแห่งที่ทำงานสืบเนื่องมาจนถึงช่วงการฟื้นฟู โดยจุดแข็งของเอ็นจีโอเหล่านี้ ได้แก่ ความชำนาญในพื้นที่และรู้จักชุมชน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการทำงานฟื้นฟูในพื้นที่ชุมชนได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับกรอบเวลาของระยะการฟื้นฟู โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงเวลา 1 ปี และเปลี่ยนผ่านไปสู่ช่วงของการบูรณะเป็นเวลา 3 ปี สืบเนื่องจนเข้าสู่ช่วงของการพัฒนาในระยะยาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;[&lt;a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/details/business/ceo-blogs/pipat/20111117/419964/แนวการฟื้นฟูในช่วงต้นหลังน้ำลด.html" target="_blank"&gt;Original Link&lt;/a&gt;]&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-2645465999526207341?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/2645465999526207341'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/2645465999526207341'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/11/blog-post_17.html' title='แนวการฟื้นฟูในช่วงต้นหลังน้ำลด'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/-mpaS10DMoYo/TsSiVndyYzI/AAAAAAAAAsA/teomoltJnTY/s72-c/recovery-phase-bg.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-6597841570047510245</id><published>2011-11-10T18:04:00.001+07:00</published><updated>2011-12-08T18:10:59.729+07:00</updated><title type='text'>แผนอาสา CSR ในช่วงประสบภัย</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;อุทกภัยที่แผ่ขยายวงกว้าง ได้สร้างผลกระทบกับธุรกิจและครัวเรือนจำนวนมาก และยังเป็นสาเหตุให้ผู้ประสบภัยตลอดจนผู้ที่ได้รับผลกระทบต้องทนอยู่กับสถานการณ์น้ำท่วมเป็นเวลานานนับเดือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความช่วยเหลือจากภาคธุรกิจในระยะเผชิญเหตุ มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าภาครัฐและภาคประชาสังคมโดยรูปแบบของความช่วยเหลือ มีทั้งที่เป็นเงินและสิ่งของ รวมทั้งการอาสาช่วยเหลือในระดับต่างๆ ตั้งแต่กิจกรรมที่เห็นเบื้องหน้า เช่น การช่วยบรรจุและวางแนวกระสอบทรายกั้นน้ำ การช่วยบรรจุและนำส่งสิ่งของเครื่องยังชีพแก่ผู้ประสบภัย การช่วยเหลืออพยพผู้ประสบภัย และกิจกรรมที่อยู่เบื้องหลัง เช่น การติดตั้งและวางระบบช่วยเหลือผู้ประสบภัยในด้านต่างๆ งานวิชาการสนับสนุนการตัดสินใจที่ตอบสนองอุบัติการณ์ในกรณีต่างๆ การใช้ทักษะในวิชาชีพต่างๆ มาอาสาช่วยงานในช่วงเผชิญเหตุนี้โดยไม่คิดค่าวิชาชีพ (หรือที่เรียกว่า Pro Bono Engagement)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเอกสาร “&lt;a href="http://bit.ly/tuHbyv" target="_blank"&gt;The Role of Employee Engagement in Disaster Response: Learning from Experience&lt;/a&gt;” ที่จัดทำขึ้นโดย Business in the Community (BITC) และ International Business Leaders Forum (IBLF) ได้ให้แนวทางในการสร้างข้อผูกพันร่วมกับพนักงานต่อการตอบสนองภัยพิบัติไว้ 8 ประการภายใต้ตัวย่อ RESPONSE ซึ่งมีประโยชน์ต่อองค์กรและพนักงานที่กำลังอาสาเข้าให้ความช่วยเหลือ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Review&lt;/b&gt; – พิจารณาทบทวนแผนงานขององค์กรในปัจจุบันและประสบการณ์ที่ได้รับก่อนหน้า การดำเนินการทบทวนและกำหนดนโยบายการเผชิญเหตุภัยพิบัติ จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติในครั้งต่อๆ ไปขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Engage&lt;/b&gt; – ใช้จุดแข็งและสมรรถภาพหลักในการเข้าช่วยเหลือ การจัดโครงสร้างของแผนผูกพันพนักงานสำหรับตอบสนองภัยพิบัติ โดยการดึงศักยภาพของบรรดาหัวกะทิและประสบการณ์ของพนักงานในบริษัทมาทำงานอาสาที่เหมาะสม จะยังประโยชน์ได้มากกว่าการอาสาในแบบทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Secure&lt;/b&gt; – ขวนขวายเพื่อให้ได้คำมั่นจากผู้บริหารระดับสูง การสนับสนุนทางการเงินในเหตุภัยพิบัติต้องมีแรงโน้มน้าวหลักจากการตัดสินใจของผู้บริหารสูงสุดในองค์กร และเป็นการเพิ่มน้ำหนักในแผนงานตอบสนองภัยพิบัติที่จะดำเนินการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Prepare&lt;/b&gt; – ตระเตรียมนโยบายและวางระบบสนับสนุนแผนผูกพันพนักงานในการตอบสนองภัยพิบัติ อาทิ นโยบายกองทุนช่วยเหลือ เงินสมทบ วันลาพิเศษ ระบบการประเมินความต้องการสำหรับความช่วยเหลือในช่วงภัยพิบัติ การแสวงหาพันธมิตรหรือหุ้นส่วนที่จะดำเนินการ เพื่อที่จะตอบสนองได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิผลสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Organise&lt;/b&gt; – จัดระบบประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัย เนื่องจากการปฎิบัติงานในช่วงเผชิญเหตุเต็มไปด้วยความเสี่ยง องค์กรจึงจำเป็นต้องจัดให้มีระบบประเมินฯ การป้องกัน และกรมธรรม์ประกันภัยที่เพียงพอในการรองรับแผนผูกพันพนักงานสำหรับตอบสนองภัยพิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Negotiate&lt;/b&gt; – เจรจาทำข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนกับองค์กรร่วมดำเนินงานอื่นๆ เพื่อรองรับการดำเนินงานสนับสนุนทั้งการให้บริการ การระดมความเชี่ยวชาญในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในระยะยาว หลังจากช่วงการเผชิญเหตุผ่านพ้นไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Structure&lt;/b&gt; – จัดระเบียบและโครงสร้างในการเผชิญเหตุ ตามกรอบของบทบาทและความรับผิดชอบในพื้นที่ครอบคลุม อาทิ ในระดับประเทศ ในระดับภูมิภาค และในสำนักงานใหญ่ โดยมีการมอบหมายพนักงานที่เป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละระดับ สอดรับกับพื้นที่ครอบคลุม เพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการดำเนินงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;Evaluate&lt;/b&gt; – ประเมินวิธีการดำเนินงานและความช่ำชองในการสื่อสาร ความท้าทายสำคัญขององค์กรในการเข้าช่วยเหลือในช่วงเผชิญเหตุ คือ รูปแบบการให้ความช่วยเหลือ และการรายงานผลการให้ความช่วยเหลือ โดยไม่เพียงแต่การให้ความช่วยเหลือต้องมีประสิทธิผลยิ่งแล้ว การสื่อสารรายงานก็ต้องดำเนินการอย่างมีกลยุทธ์ด้วย เนื่องเพราะการสื่อสารที่ดีจะช่วยปลุกเร้าให้เกิดความช่วยเหลือและการอาสาของพนักงานภายในองค์กรเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงและเพิ่มภาพลักษณ์ให้แก่องค์กรไปพร้อมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;[&lt;a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/details/business/ceo-blogs/pipat/20111110/418434/แผนอาสา-CSR-ในช่วงประสบภัย.html" target="_blank"&gt;Original Link&lt;/a&gt;]&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-6597841570047510245?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/6597841570047510245'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/6597841570047510245'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/11/csr.html' title='แผนอาสา CSR ในช่วงประสบภัย'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-7195712004983329741</id><published>2011-10-27T17:53:00.019+07:00</published><updated>2011-12-08T18:04:19.361+07:00</updated><title type='text'>อะไรควร-ไม่ควร ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;ในช่วงวิกฤติการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ที่ซึ่งหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นวงกว้าง แม้ผู้ได้รับผลกระทบมีจำนวนมาก แต่น้ำใจและความช่วยเหลือจากผู้ที่มีจิตอาสาและองค์กรในภาคต่างๆ ก็มีจำนวนไม่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเข้าช่วยเหลือจากอาสาสมัครมีอย่างท่วมท้น ไม่แพ้ปริมาณน้ำที่เอ่อท่วม ทำให้คนไทยสามารถร่วมกันฝ่าวิกฤตการณ์ที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ดี ด้วยปริมาณความช่วยเหลือที่มาจากทั่วสารทิศ และไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เช่นนี้ หากองค์กรที่เป็นแกนในการให้ความช่วยเหลือหลัก ขาดความสามารถในการบริหารจัดการด้วยการวางกลไกและระบบรองรับให้มีประสิทธิภาพอย่างทันท่วงที ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาในอีกมิติหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในเอกสาร “&lt;a href="http://bit.ly/sMWTtf" target="_blank"&gt;Integrated Flood Risk Management in Asia&lt;/a&gt;” ที่จัดทำขึ้นโดย ADPC (Asian Disaster Preparedness Center) และ UNDP ได้ให้ข้อแนะนำในการเข้าให้ความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉินแก่องค์กรหรือภาคีต่างๆ ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งแก่องค์กรที่เป็นแกนในการให้ความช่วยเหลือหลัก และองค์กรเข้าร่วมให้ความช่วยเหลือในระดับต่างๆ ไม่มากก็น้อย โดยข้อควร-ไม่ควร ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีดังนี้&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;table width="100%" cellpadding="5" cellspacing="0" border="1"&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td bgcolor="#EEEEEE" width="50%" align="center" valign="top"&gt;&lt;b&gt;Do&lt;/b&gt;&lt;/td&gt;&lt;td bgcolor="#EEEEEE" width="50%" align="center" valign="top"&gt;&lt;b&gt;Don't&lt;/b&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;พิจารณาบริจาคตามคำร้องขอถึงสิ่งที่ต้องการ และหลีกเลี่ยงการบริจาคสิ่งที่ไม่ต้องการ&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าสันนิษฐานถึงสิ่งที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือเอาเอง&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;คิดให้ถ้วนถี่ถึงความสามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างมีประสิทธิผล ตามคำขอความช่วยเหลือที่เป็นไปตามการประเมินความต้องการขั้นต้น&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าตอบสนองเพื่อหวังโฆษณาออกสื่อ&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;กรณีที่ประสงค์จะช่วยเหลือ จัดเตรียมการตอบสนองให้ทันต่อเวลา&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าไปถึงล่าช้า โดยเฉพาะการค้นหาผู้ประสบภัยและให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ เป็นกรณีที่ต้องรีบดำเนินการในช่วงแรกของภาวะฉุกเฉิน&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;จดบันทึกการให้ความช่วยเหลือต่างๆ พร้อมสำหรับการชี้แจงถึงการตัดสินใจและการดำเนินการ&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าใช้ภาวะฉุกเฉินเป็นช่องทางในการโฆษณาหรือส่งเสริมการดำเนินการขององค์กร เช่น การจำลองเหตุการณ์ช่วยเหลือเพื่อการประชาสัมพันธ์&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;ทำการประเมินและวิจัยที่นำไปสู่โครงการซึ่งตอบความต้องการและอยู่ในวิสัยที่องค์กรสามารถดำเนินการ&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าจัดให้มีกิจกรรมความช่วยเหลือตามสิ่งจูงใจที่เป็นตัวเงินจากองค์กรผู้บริจาค และองค์กรที่บริจาคไม่ควรแข่งขันกันเพียงเพื่อสนองความต้องการที่เห็นเด่นชัดสุดในพื้นที่&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;สร้างโครงข่ายและสื่อกลางสำหรับการติดต่อสื่อสารและสนทนาสองทาง&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่ากันผู้ประสบภัยออกจากการวางแผนกิจกรรมให้ความช่วยเหลือและการฟื้นฟู&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;พิจารณาผลกระทบโครงการที่มีต่อสิ่งแวดล้อม จัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าทำลายสิ่งแวดล้อม&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;คำนึงถึงความสัมพันธ์และโครงสร้างอำนาจที่เป็นอยู่ในชุมชน&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าสร้างมูลเหตุแห่งความตึงเครียดในชุมชน ด้วยการละเลยโครงสร้างเชิงสังคม&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;ให้แน่ใจว่าโครงการ ตอบสนองความต้องการของผู้รับ มิใช่ความต้องการของผู้บริจาค&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าเร่งรัดให้ดำเนินโครงการ โดยปราศจากการประเมินอย่างเข้มงวด&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;เข้าร่วมรับฟังหารือระดับองค์กรกับภาคีต่างๆ ขึ้นทะเบียนกับองค์กรช่วยเหลือหลักเมื่อมีคำขอ แลกเปลี่ยนข่าวสาร รวมทั้งการให้ความร่วมมือ การทำงานร่วมกัน และการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนดำเนินงานในส่วนที่เป็นไปได้&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าเพิกเฉยคำขอของภาครัฐ และองค์กรช่วยเหลือหลักในพื้นที่ประสบภัย&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;เคารพในวิถีแห่งวัฒนธรรม และพิจารณาถึงข้อกระทบที่มีกับโครงการ อาทิ การออกแบบศูนย์อพยพ รูปแบบที่พักพิง&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าละเลยบรรทัดฐานทางวัฒนธรรม อาทิ เครื่องแต่งกายที่เหมาะสม จารีตทางศาสนา และวิถีชีวิตตามประเพณี&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;คำนึงถึงความเป็นอยู่ของบุคลากรผู้ให้ความช่วยเหลือ ในด้านการพักผ่อน สุขภาพจิต อาหาร น้ำ&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าให้บุคลากรผู้ให้ความช่วยเหลือ ตรากตรำทำงานจนเกินขีดจำกัด&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td valign="top"&gt;ตระเตรียมปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานจำเพาะหน้าให้ลุล่วง เช่น การนำอุปกรณ์ที่ถูกต้องและบุคลากรที่มีทักษะเหมาะสม เข้าให้ความช่วยเหลือ&lt;/td&gt;&lt;td valign="top"&gt;อย่าหลงลืมว่าการจัดหาหรือให้ความช่วยเหลือนั้น เป็นจุดมุ่งหมายหลักที่มีต่อผู้ประสบภัย&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;[&lt;a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/details/business/ceo-blogs/pipat/20111027/415983/อะไรควร-ไม่ควร-ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย.html" target="_blank"&gt;Original Link&lt;/a&gt;]&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-7195712004983329741?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7195712004983329741'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/7195712004983329741'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/10/blog-post_27.html' title='อะไรควร-ไม่ควร ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7403658688526328036.post-8449962866832193922</id><published>2011-10-13T17:44:00.003+07:00</published><updated>2011-12-08T17:51:26.536+07:00</updated><title type='text'>ธุรกิจทำอะไรได้บ้าง นอกจากการบริจาค</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:Tahoma;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;การรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติจากการประมวลของ World Economic Forum (A Vision for Managing Natural Disaster Risk, April 2011) ได้จำแนกระยะของการดำเนินการออกเป็น 4 ขั้น คือ การลดหรือการบรรเทาความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Reduction/Mitigation) การตระเตรียมความพร้อม (Readiness/ Preparedness) การเผชิญเหตุ (Response) และการฟื้นฟูจากภัยพิบัติ (Recovery)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/-34N3Z9OZyyQ/TpaZbBYOVWI/AAAAAAAAAEI/lTi7gSQ8Ikw/s1600/rolesofstakeholders.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 232px;" src="http://1.bp.blogspot.com/-O09TyKZvz60/TpaXbWofxsI/AAAAAAAAAqo/iyOec3tHuuU/s400/rolesofstakeholders-bg.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5662880077652674242" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div align="center"&gt;บทบาทของภาคีผู้มีส่วนได้เสียต่อการรับมือกับภัยพิบัติ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนว่า &lt;b&gt;บทบาทในการรับมือกับภัยพิบัติ มิได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภาครัฐ แต่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนในสังคม&lt;/b&gt; ที่รวมถึงภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ตลอดจนประชาคมนานาชาติ เพียงแต่ระดับของการมีส่วนร่วมในแต่ละระยะจะมีความแตกต่างกันออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในระยะของการเผชิญเหตุ (Response) ภาครัฐและภาคประชาสังคม (หน่วยกู้ภัยและอาสาสมัครในด้านต่างๆ) จะมีบทบาทความสำคัญที่สุด โดยจะมีการยื่นมือเข้าร่วมช่วยเหลือจากประชาคมนานาชาติเพิ่มมากขึ้นตามมา ซึ่งก็เป็นไปตามแนวทางการรับมือกับภัยพิบัติที่เป็นสากล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับภาคธุรกิจ ความช่วยเหลือในระยะเผชิญเหตุ จะอยู่ในรูปของการบริจาคเงิน สิ่งของเครื่องใช้ โดยเฉพาะที่เป็นปัจจัยสี่ จะมีความสำคัญ ทั้งนี้ บทบาทของภาคธุรกิจจะทวีความสำคัญมากขึ้นในช่วงของการฟื้นฟู (Recovery) ที่ซึ่งความช่วยเหลือจะแปรสภาพจากการบริจาคไปเป็นความช่วยเหลือในรูปแบบอื่น เช่น การซ่อมแปลงหรือสร้างใหม่ (Rebuild) ในบริเวณที่ได้รับความเสียหาย การถอนย้ายหรือการหลบหลีก (Retreat) มายังพื้นที่ใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้ ความช่วยเหลือของภาคธุรกิจจะดำเนินไปจนกว่าสถานการณ์ภัยพิบัติจะคลี่คลายเข้าสู่สถานการณ์ปกติ และจะเปลี่ยนมาเป็นการลดหรือการบรรเทาความเสี่ยง รวมถึงการตระเตรียมความพร้อมสำหรับภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต นั่นก็เป็นเพราะ “ธุรกิจไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ในสังคมที่ล้มเหลว” (Business cannot succeed in a society that fails)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font color="#BFB186"&gt;[&lt;a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/details/business/ceo-blogs/pipat/20111013/413528/ธุรกิจทำอะไรได้บ้าง-นอกจากการบริจาค.html" target="_blank"&gt;Original Link&lt;/a&gt;]&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7403658688526328036-8449962866832193922?l=thaidrn.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/8449962866832193922'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7403658688526328036/posts/default/8449962866832193922'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thaidrn.blogspot.com/2011/10/blog-post.html' title='ธุรกิจทำอะไรได้บ้าง นอกจากการบริจาค'/><author><name>Thai Disaster Resource Network</name><uri>http://www.blogger.com/profile/18351904363740944331</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/-ysGIiA5GdcY/Tt8j4c7AKCI/AAAAAAAAAA4/xNp4cFEESyg/s220/thaidrn-logo.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-O09TyKZvz60/TpaXbWofxsI/AAAAAAAAAqo/iyOec3tHuuU/s72-c/rolesofstakeholders-bg.jpg' height='72' width='72'/></entry></feed>
